บริษัททัวร์ กัสโต้  
     
tour บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ Gusto World Tour

บริษัททัวร์ โทร กัสโต้

บริษัททัวร์ รูปภาพ บริษัททัวร์ เกี่ยวกับเรา บริษัททัวร์ ติดต่อเรา บริษัททัวร์

tour
     
 
บริษัททัวร์ ทัวร์เอเซีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์เอเซีย
บริษัททัวร์ ทัวร์ยุโรป ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์ยุโรป
บริษัททัวร์ ทัวร์อเมริกา แคนาดา ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์อเมริกา แคนาดา
บริษัททัวร์ ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์ออสเตรเลีย
บริษัททัวร์ ทัวร์นิวซีแลนด์ ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์นิวซีแลนด์
บริษัททัวร์ ทัวร์รัสเซีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์รัสเซีย

บริษัททัวร์ ทัวร์แอฟริกา ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์แอฟริกา

บริษัททัวร์ ทัวร์ในประเทศ
ทัวร์ในประเทศ
 
  บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/03295
โทร 02-542-4040 แฟกส์ 02-542-4292
 
     
   
 

นครหลวงเวียงจันทน์ / Vientiane capital

เวียงจันทน์เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของลาว ตั้งอยู่เลียบบริเวณแม่น้ำโขงตอนกลาง เป็นเมือง ที่เคยมีบทบาททางการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ผ่านระยะประวัติศาสตร์ยาวนาน ได้เคยมีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณอื่นๆทางภาคใต้ของจีน, อินเดีย และเอเชียอาคเนย์ตามตำนานโบราณ กล่าวว่าเดิมเมืองน้ำคือ"บ้านหนองคันแทเสื้อน้ำ" ต่อมาเมื่อเศรษฐกิจการผลิตขยายตัว บ้านนี้ได้ เปลี่ยนเป็นเมืองชื่อว่า"เมืองเวียงจันทน์" ปัจจุบัน เป็นเมืองหลวงของ สปป.ลาว มีเนื้อที่ 3,920 ตารางกิโลเมตรมีพลเมืองทั้งหมด 476,000 คน ประกอบด้วย 7 เมืองคือเมืองจันทะบุรี, เมืองสีโคตตะบอง,เมืองไชยเศรษฐา, เมืองสีสัตนาค,เมืองนาทรายทอง,เมืองไชยธานี และเมืองหาดทรายฟอง มีชายแดนติดกับแขวง นครเวียงจันทน์,แขวงบริคำไชยและประเทศไทย

พระธาตุหลวง
เป็นธาตุใหญ่ และสวยงานที่สุดใน สปป.ลาว สร้างขึ้นโดยช่างโบราณลาวที่มีฝีไม้ลายมือดีเป็นพิเศษ มีคุณค่าทางด้าน ประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรมสูง และยังเป็นตัวแทนของ สถาปัตยกรรมศิลป์ของลาวล้านช้าง ในสมัยเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย ซึ่งไม่มีพระธาตุองค์ใดใน สปป.ลาวที่จะเสมอเหมือนได้ พระธาตุหลวง องค์นี้สูง 45 เมตร ความกว้างจากทิศตะวันตกถึงทิศตะวันออก49 เมตร และมีพระธาตุน้อยบารมี 30 องค์ล้อมรอบเป็นบริเวณพระธาตุหลวง สมัยอดีตก็เหมือนปัจจุบันคือเป็นศูนย์กลางศิลปะวัฒนธรรมที่ใหญ่สุดอย สปป.ลาว สามารถดึงดูดเอาความรักความสามัคคีของลาว และชาวต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากวันเพ็ญเดือน12 ของลาวทางจันทรคติ(ระหว่างเดือนพฤศจิกายน) ของแต่ละปี

บรรดาพระสงฆ์สามเณร องค์การจัดตั้งมหาชน และประชาชนจำนวนมากทั้งภายใน กำแพงนครเวียงจันทน์ และแขวงต่างๆ ได้พากันหลั่งไหลเข้ามาเพื่อทำบุญนมัสการ พระธาตุหลวงประจำปีร่วมกันด้วยจิตเลื่อมใส ศรัทธาของแต่ละคน พระธาตุหลวงได้ก่อสร้าง ขึ้นในสองระยะ คือ เมื่อปี ค.ศ. 1929-1930 ท่านโฟมแบก นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสได้ทดลอง ขุดค้นดู เพื่อให้ทราบว่ามีอะไรบ้างอยู่ใจกลาง พระธาตุหลวงในนั้นท่านได้พบเห็นพระธาตุน้อย(ปิรามิด) อยู่ใจกลางพระธาตุหลวง และพบฐานบันไดลงไปหาธาตุน้อยนั้นทั้งสี่ด้านจากข้อมูลทางโบราณวิทยาหรือวัตถุ โบราณที่พบเห็นอยู่ในพระธาตุหลวงและบริเวณรอบๆ พระธาตุหลวงจากตำนาน โบราณและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของภาคพื้นนี้นั้น จึงสันนิษฐานได้ว่าพระธาตุหลวง จึงสันนิษฐานได้ว่าพระธาตุหลวงสมัยแรกเริ่มนั้นอาจสร้างขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 6 ถึงศตวรรษที่ 7 สมัย"อาณาจักรเจนละ" และไม่อาจเก่าแก่ไปกว่านี้ได้ ภายหลัง พระเจ้าไชยะเชษฐาธิราช ได้สร้างเมืองเวียงจันทน์เป็นนครหลวงแล้ว 6 ปี คือปี ค.ศ. 1566 ท่านได้นำพาประชาชนก่อสร้างพระธาตุหลวงขึ้นที่ชานเมืองเวียงจันทน์ทางทิศตะวันออก ตามศิลาจารึกของพระเจ้าไชยะเชษฐาธิราชเขียนไว้ว่า พระองค์ได้ก่อสร้างพระธาตุหลวง ครอบพระธาตุน้อยองค์หนึ่งที่มีมาแต่ก่อนแล้ว พระธาตุนี้ให้ชื่อว่า"เจดีย์โลกะจุฬามณี" แต่คนส่วนใหญ่เรียกว่า"พระธาตุหลวง" เป็นธาตุใหญ่ที่มีศิลปะแบบลาวแท้ ๆ

วัดองตื้อ
สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 16 แห่งคริสตศักราช (ค.ศ. 1566) ภายหลังที่เจ้าไชยะเชษฐาธิราชสร้างเมืองเวียงจันทน์ 6 ปี และสันนิษฐานว่า สร้างครอบวัดเก่าในสมัยขอม เพราะอยู่บริเวณ วัดอินแปงได้พบเห็นวัฒนธรรมขอมหลายแห่ง ซึ่งแต่ก่อนวัดองตื้อ, วัดอินแปง, และวัดหายโศก
ตั้งอยู่บริเวณเดียวกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ได้เล่าว่าแต่ก่อนเรียกว่า "วัดไชยะภูมิ" เมื่อมีพระพุทธรูปองตื้อ มาประดิษฐานที่นี่แล้ว คนทั้งหลายจึงเรียกว่า "วัดองตื้อ" มาจนถึงปัจจุบัน วัดองตื้อในสมัยสงคราม (ค.ศ. 1828-1829) ได้ถูกทำลายเสียหายเช่นเดียวกับวัดอื่นๆ ในนครเวียงจันทน์ เหลือ
ไว้เพียงแต่ซากเสา เริ่มแต่ปี 1911-1912 ได้ซ่อมแซมขึ้นใหม่ แต่ก็ยังสามารถรักษารูปเดิมของฝาผนังไว้ได้ ส่วนหลังคานั้นทำขึ้นมาใหม่ พุทธสีมาวัดองตื้อเป็นพุทธสีมาตัวแม่ต่ำเตี้ย สกุลช่างสถาปัตยกรรมศิลป์สมัยพระเจ้าไชยะเชษฐาธิราชศตวรรษที่ 16 ส่วนบานประตู 3 บาน ด้านหน้า
พุทธสีมานั้น เป็นสมัยเจ้าศรีสว่างวัฒนา นำมาถวายเมื่อปี ค.ศ. 1966 ประติมากรรมศิลป์พระพุทธรูปใหญ่องตื้อทำด้วยทองเหลืองที่สวยงาม ประดิษฐ์สร้างขั้นโดยคนลาว ซึ่งมีความประณีตไม่น้อยกว่าสกุลช่างศิลปะใด และไม่ซ้ำแบบใคร ตามพงศาวดารลาวกล่าวไว้ว่าพระเจ้าไชยะเชษฐา
ธิราชได้นำพาประชาชนหล่อพระพุทธรูปทองที่สำคัญขึ้นในปี 1566 มีจำนวน 4 องค์ คือ พระเจ้าองตื้อ, พระสุก, พระใส, และพระเสริม ตามการเล่าสืบทอดกันมากว่าวว่า พระสุกจมอยู่ในน้ำเวินสุกในเวลาที่แม่ทัพสยามพยายามเอาข้ามน้ำโขงไปบางกอก, พระใส ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัด
โพธิ์ชัยหนองคาย, พระเสริม ปัจจุบันประดิษฐานอยู่วัดปทุมวนาราม บางกอก ประเทศไทย

วัดสีสะเกด
วัดสีสะเกด สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1818 ตามคำสั่งของเจ้าอนุวงศ์ รัชการสุดท้าย (เจ้าชีวิตองค์ สุดท้าย)แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ วัดสีสะเกด ซึ่งเดิมได้กล่าวไว้ในศิลาจารึกว่า "สะตะสหัสสาราม" (แปลว่าวัดแสน) แต่คนทั้งหลายเรียกว่า วัดสีสะเกด วัดนี้ตั้งอยู่ติดกับพระราชวัง
หลวง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และถ้าอยู่ในกำแพงโบราณเวียงจันทน์ชั้นใน (ชั้นใน) ห่างไกลจากแม่น้ำโขง 250 เมตรวัดสีสะเกด เป็นวัดหนึ่งที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์เมื่อต้นศตวรรษที่ 19 แห่งคริสตศักราชและมีวัดเดียวเท่านั้นในนครเวียงจันทน์ที่ไม่ถูกทำลายจากสงคราม เมื่อปี
ค.ศ. 1829 และโครงร่างพุทธสีมา พูดได้ว่ายังสมบูรณ์ตามแบบดั้งเดิม ส่วนที่ถูกทำลายไปบ้างจะเป็นศิลปะตกแต่ง ทรัพย์สมบัติวัดนี้ส่วนใหญ่ก็สูญเสียไปในสงคราม ปี ค.ศ. 1829 เช่นเดียวกันและในคราวต่อมาด้วย แต่ก็ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ปางชนะมาร ประดิษฐานอยู่กลาวงพุทธสีมา
1 องค์ พระพุทธรูปทองเหลือง ปางห้ามญาติ 2 องค์ และพระพุทธรูป 120 องค์ ตั้งวางแสดงอยู่และสิ่งที่มีค่าอื่นๆ ที่สวยสดงดงามเป็นพิเศษซึ่งยังเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นการขยายตัวทางด้านศิลปวัฒนธรรมสกุลช่างล้านช้างเวียงจันทน์ในต้นศตวรรณที่ 19 แห่งคริสตศักราช วัดสีสะเกด เป็นแหล่งรวบรวมมรดกวัฒนธรรมทางศาสนา เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1924 เป็นต้นมา ปัจจุบันพระพุทธสีมาวัดสีสะเกดเป็นคลังสะสมวัตถุโบราณต่างๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 15, 16, 17, 18, 19 และที่พิเศษคือการสะสมวัตถุศิลปวัฒนธรรม สมัยต้น ศตวรรษที่ 19 แห่งคริสตศักราช นอกจากนี้ ยังมีหอไตร (หอสมุดทางศาสนา) สร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับวัดสีสะเกด เพื่อเก็บพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา (พระไตรปิฎก) หรือคัมภีร์อื่นๆทางศาสนา หอไตรนี้แต่เดิมประดับประดาดอกดวงและติดแก้วที่สวยสดงดงาม แต่ได้สูญหายไปเกือบหมด แต่ก็ยังมีเหลือบ้างส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะสกุลช่าง ต้นศตวรรษที่ 19 หอไตรนี้ได้บูรณะปรับปรุงใหม่เมื่อปี ค.ศ.. 1930

วัดสีเมือง
เป็นวัดหนึ่งที่เก่าแก่ มีความเกี่ยวพันกับชีวิตความเป็นอยู่, สังคม ความเชื่อถือของชาวนครเวียงจันทน์ สมัยโบราณและสมัยต่อมา ทั้งนี้สังเกตจากเมื่อจะเปิดงานบุญนมัสการพระธาตุหลวงจะต้อมมีการทำพิธีอยู่วัดสีเมืองก่อน คือ ข้าราชการ พ่อแม่ พี่น้องประชาชน ภายใต้การนำพาของ
เจ้านครหลวงเวียงจันทน์ แห่ปราสาทผึ่งไปถวายบูชาที่วัดสีเมืองในวันขึ้น 13 ค่ำ ก่อนจะมีการแห่ปราสาทผึ้งไปบูชาพระธาตุหลวงในวันเพ็ญ 15 ค่ำ และหลังจากบุญพระธาตุหลวงแล้ว คือแรมหนึ่งค่ำเดือน 12 ได้แก่ปราสาทผึ้งไปบูชาวัดองตื้อและวัดอินแปง จึงถือว่าบุญเดือน 12 ได้สำเร็จ
ลงแล้ว การปฏิบัติเช่นนี้ได้ทำมาตั้งแต่เมื่อใดและด้วยเหตุผลอันใด ก็ยังไม่พบหลักฐานแจ่มชัด อาจมีเหตุผลทางประวัติศาสตร์ มีความหมายทางความเชื่อถือ ซึ่งไม่อาจทอดทิ้งได้ จึงมีการสืบทอดกันมาถึงปัจจุบันพุทธสีมาวัดสีเมืองนี้ เป็นพุทธสีมาตัวเมีย สมัยล้านช้างหลวงพระบาง สกุลช่าง
ศิลปะ เวียงจันทน์ต่อมา พุทธสีมานี้ก็ถูกทำงานหักพังลงในสมัยเวียงจันทน์ร้าง เช่นเดียวกับพุทธสีมาอื่นๆ และได้บูรณะซ่อมแซมปรับปรุงใหม่ เมื่อครั้งต้นศตวรรษที่ 20 พร้อมๆ กันกับวัดอื่นๆ อยู่นครเวียงจันทน์และเชื่อว่าการบูรณะซ่อมแซมปรับปรุงใหม่นี้รักษารูปเดิมไว้ เว้นเสียแต่โครง
สร้างของหลังคาเท่านั้น ที่ไม่สามารถรู้ได้ เพราะได้หักพังไปหมดแล้ว

วัดอินแปง
วัดอินแปง เป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งอยู่ในนครเวียงจันทน์ภายในวัดประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง หลายอันที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม เช่น พุทธสีมา, หอไหว้, หอไตร, พระธาตุเจดีย์, พระพุทธรูป, เสาหิน,ใบเสมาหินรูปสิงห์ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่แสดงถึงประวัติศาสตร์ ช่วงใดช่วงหนึ่งของนครเวียงจันทน์ วัดอินแปงทางประวัติศาสตร์นั้นยากที่จะหาหลักฐานแน่นอนว่าวร้างขึ้นเมื่อใด ใครเป็นผู้สร้าง เรื่องนี้ต้องอาศัยหลักฐานทางโบราณคดีที่พบเห็นอยู่ในวัดคือใบเสมาหิน พระพุทธรูป, เสาหิน… ซึ่งเป็นวัฒนธรรมสมัยมอญและขอม ถึงแม้ว่าวัตถุดังกล่าวนี้ จะมีการเคลื่อนย้ายก็ตาม แต่วัฒนธรรมนี้ก็ยังเกี่ยวพันกับชื่อของวัดอินแปง คำว่า "อิน" อาจนำมาจากคำว่าพระอินทร์ ซึ่งหมายถึงเทพเต้าพระองค์หนึ่งของลัทธิศาสนาพราหมณ์ ดังนั้นวัดอินแปงนี้อาจสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพราหมณ์ หรือสถานที่ทางศาสนา
สมัยมอญ-ขอม ก็อาจเป็นได้ พุทธสีมาวัดอินแปงเป็นสถาปัตยกรรมศิลป์ที่สวยงาม สกุลช่างศิลปะสมัยพระเจ้าไชยะเชษฐาธิราช ศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีโครงร่างคล้ายๆ กับพุทธสีมาองตื้อ, วัดจัน, วัดศรีเมือง มีฐานชั้นเดียว เสากลม ด้านหน้ากว้างขวาง ใช้เป็นสถานที่ชุมนุมทำบุญสุนทานของ ชาวพุทธได้สะดวกดี


 

 

 

 

เตรียมตัวเที่ยว
ข้อมูลเที่ยวต่างประเทศ
เที่ยว เอเซีย
เขมร กัมพูชา | ลาว | เวียดนาม | พม่า | ญี่ปุ่น | เกาหลี | จีน | ฮ่องกง | มาเก๊า | มาเลเซีย | สิงคโปร์ | อื่นๆ |
เที่ยว ยุโรป
เที่ยว อเมริกา
เที่ยว ออสเตรเลีย | นิวซีแลนด์
เที่ยว แอฟริกา

 

 
 

 

 

    บริษัททัวร์
tour หมายเหตุ : ทัวร์ทุกกรุ๊ปของบริษัทฯ รวมค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าวีซ่า ค่าภาษีน้ำมัน ของสายการบินต่างๆ แล้ว / ขอสวงนสิทธิ์ในการปรับราคา หากมีการขึ้น่าธรรมเนียมน้ำมันจากสายการบิน ติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายขาย tour
 
 

 

 
     
  | บริษัททัวร์ | ทัวร์ในประเทศ | ทัวร์เอเซีย | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์อเมริกา แคนาดา | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์แอฟริกา | ทัวร์จีน | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์มาเก๊า | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์เขมร | ทัวร์กัมพูชา | ทัวร์นครวัด | ทัวร์ลาว | ทัวร์วียดนาม | ทัวร์พม่า | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์บรูไน | ทัวร์อินโดนีเซีย | ทัวร์บาหลี | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์อียิปต์ | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์โอซาก้า | ทัวร์ต่างประเทศ |  
     
  ทัวร์จีน | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์กุ้ยหลิน | ทัวร์คุนหมิง | ทัวร์กวางเจาเทรดแฟร์ | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์เฉินตู | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์สิบสองปันนา  
     
       
  บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ Gusto World Tour

บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ (Gusto World Tour Co,. Ltd.)

8/29 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. 10230
โทร 02-542-4040 แฟกส์ 02-542-4292

Web : http://www.gustotour.com  Email : gusto@gustotour.com