 |
โบสถ์เซนต์ปอลและพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา
โบสถ์เซ็นต์ปอลสร้างขึ้นเมื่อต้นสตวรรษที่ 17 เป็นสถานซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองมาเก๊า โบสถ์แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินตะวันออกไกล ต่อมาในปี ค.ศ. 1835 เกิดเพลิงไหม้ อย่างรุนแรงทำให้โบสถ์เซ็นปอลคงเหลือแค่เพียงบานประตูและบันไดทางเข้าด้านหน้าที่สง่างาม หลังจากที่มีการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1991 ด้านหลังของซากโบสถ์แห่งนี้มีการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาขึ้น เพื่อรวบรวมภาพเขียนและจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา หลุมฝังศพของบาทหลวงวาลิควาโน ผู้ก่อตั้งโบสถ์ และโครงกระดูกของชาวคริสต์ญี่ปุ่น และเวียดนามที่เสียชีวิต เมื่อคราวเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ |
 |
ป้อมมองเตและพิพิธภัณฑ์แห่งชาติมาเก๊า
ป้อมมองเตสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ.1617-1626 ในอดีตใช้เป็นกำแพงเมืองเพื่อป้องกันการรุกรานของชางดัตช์ ปัจจุบันได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของมาเก๊า ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมมาเก๊าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน บริเวณรอบนอกของอาคารจัดแสดงปืนใหญ่โบราณซึ่งบางกระบอกก็ยังสามารถใช้การได้ จากบริเวณนี้คุณสามารถชมทัศนียภาพของความงามของเมืองมาเก๊าได้อย่างเต็มตา รสมทั้งซื้อหาสินค้าหรือของที่ระลึกจากมาเก๊ากลับมาเป็นของฝากได้อีกด้วย |
 |
ย่านการค้าเซนาโด้ และโบสถ์เซนต์ดอมินิก
ย่านการค้าเซนาโด้สแควร์โดดเด่นด้วยพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้องเป็นลอนคลื่นเปรียบเสมือนท้องทะเลอันสมบูรณ์ ที่นี่จัดว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่รวมไว้ซึ่งร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์โบราณ ร้านจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับ ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ภัตตาคารอาหารโปรตุเกส อาหารแมคกานีส และอาหารจีนตามตำรับดั้งเดิม รวมไปถึงร้านขนมอบ ขนมพื้นเมือง ร้านขายสินค้าเพื่อสุขภาพ ร้านขายทั้งแบบโบราณและปัจจุบัน ฯลฯ
นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ S.Domingos หรือโบสถ์เซนต์ดอมินิก ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1590 และได้รับการยกย่องว่าเป็นโบสถ์ที่มีศิลปกรรมทางศาสนาที่งดงามที่สุด
|
 |
ป้อมปราการและประภาคารเกีย
ป้อมปราการเกีย (Guia Fortress) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 บนยอดเขาที่สูงสุดในคาบสมุทรมาเก๊า บริเวณนี้ถือว่าเป็นจุดชมทัศนียภาพโดยรอบของเมืองมาเก๊าได้สวยที่สุดและยังเป็นที่ตั้งของประภาคารเกีย ประภาคารเก่าแก่บนชายฝั่งทะเลจีนซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1865 และยังคงใช้งานส่องทิศทางเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน นอกจากเป็นป้อมปราการแล้ว ภายในป้อมแหง่นี้ยังมีโบสถ์เล็กๆ เพื่อใช้ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ผนังโบสถ์ด้านในตกแต่งไว้ด้วยลวดลายของภาพเขียนสีโบราณที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1637
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังป้อมปราการเกียได้โดยนั่งเคเบิลคาร์ที่สวนสาธารณะฟลอร่าการ์เด้น |
 |
ประตูพรมแดนจีน-มาเก๊า
ประตูพรมแดนจีน-มาเก๊า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ด่านกงเป่ย หรือขงปั๊ก (Gongbei) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1849 ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของคาบสมุทรมาเก๊า มีอาณาเขตติดต่อกับเมืองจูไห่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะหลังได้มีการปรับปรุงและมีการก่อสร้างตัวอาคารขึ้นมาเพิ่มเติม พร้อมทั้งตกแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิกจากโปรตุเกสที่มีลวดลายแผนที่และการเดินเรือ ซึ่งด่านพรมแดนนี้เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 7.30-24.00 น. |
 |
สวนสาธารณเลาลิมเอี๊ยค
สวนสาธารณเลาลิมเอี๊ยดเป็นสวนที่มีความสวยงามดุจภาพวาดของจีน เต็มไปด้วยบรรยากาศของความร่มรื่น ภายในตกแต่งไว้ด้วยน้ำตกจำลอง บ่อปลาเทราห์ เก๋งจีน และโดดเด่นด้วยเส้นทางเดินที่คดเคี้ยวไปตามแนวเขา ส่วนใหญ่ที่นี่จะใช้เป็นสถานที่จัดงานนิทรรศการศิลปะตะวันออกและยังเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวมาเก๊า โดยเฉพาะผู้สูงอายุซึ่งจะมาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นเครื่องดนตรีจีน ขับร้องเพลงจีนโบราณ หรือเพลงงิ้ว และสีสันที่ขาดไม่ได้ คือ การรำไทเก๊ก |
 |
โบสถ์เพนญ่า (Penha Church)
จากยอดเขาเพนญ่ามองลงมาจะเห็นอ่าวบาร์ร่า ทิวทัศน์ของเมืองมาเก๊า และบริเวณปากแม่น้ำเพิร์ลได้อย่างชัดเจน บนยอดเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของโบสถ์เพนญ่าซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 19 บริเวณ ด้านล่างของโบสถ์เพนญ่าจะเป็นที่ตั้งของโรงแรม Pousada de Sao Tiago ที่ดัดแปลงมาจากป้อมโบราณ ซึ่งมีการออกแบบตกแต่งอย่างหรูหรา และสามารถมองเห็นประติมากรรมสีดำที่เรียกว่า “ประตูแห่งความเข้าใจ” (Gate of Understanding) สัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนและโปรตุเกสได้อย่างชัดเจน |
 |
วัดอาม่า (A-Ma Temple)
วัดอาม่า หรือ ศาลเจ้าแม่ทับทิม ตั้งอยู่บริเวณเขาบาร์ร่า สร้างเพื่ออุทิศถวายให้อาม่า องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล ภายในมีศาลเจ้าและก้อนหินขนาดใหญ่ซึ่งแกะสลักเป็นรูปเรือสำเภาโบราณ เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้คือจุดแรกที่เจ้าแม่อาม่าย่างเท้าก้าวขึ้นสู่ผืนดินมาเก๊า บริเวณด้านหน้าวัดมีรูปปั้นสิงโตหินอยู่ 2 ตัว เชื่อกันว่าหากใครได้หมุนลูกแก้วที่อยู่ในปากสิงโตไปทางขวา 3 ครั้ง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานแล้วจะสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา |
 |
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติมาเก๊า
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งชาติมาเก๊า (Macau Cultural Centre) สร้างขึ้นบนพื้นที่ที่เกิดจากการถมทะเล ตัวอาคารออกแบบก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมทันสมัย ภายในมีห้องประชุมขนาดต่างๆ ที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการแสดงต่างๆ อาทิ การแสดงดนตรีคลาสสิค ดนตรีป๊อป รวมไปถึงละครเวที ฯลฯ ซึ่งจะหมุนเวียนมาจัดแสดงให้ชมตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ชั้น ประกอบไปด้วย พื้นที่ของพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานด้านศิลปะของจีน เครื่องกระเบื้องเซรามิก ภาพวาดลายเส้น ตัวอักษรจีนโบราณ |
 |
มาเก๊าทาวเวอร์/ศูนย์รวมความบันเทิง
มาเก๊าทาวเวอร์ เป็นหอคอยที่มีความสูงเป็นอันดับ 10 ของโลก และเป็นอันดับ 8 ของเอเชีย มีความสูง 338 เมตร เปิดตัวอย่าง เป็นทางการไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2001 โดยภายในมาเก๊าทาวเวอร์นอกจากเป็นศูนย์กลางการค้าและห้องจัดประชุมสัมมนา ภัตตาคาร โรงภาพยนตร์และโรงละครแล้ว ยังมีกิจกรรมท้าทายความกล้าอย่างเช่น Mast Climb การปีนขึ้นไปที่ความสูง 388 เมตร หรือ Sky Walk และ Sky Walk X กิจกรรมการเดินชมวิวโดยรอบหอคอยที่ความสูง 216 เมตร และ 233 เมตร สนนราคาอยู่ในราว 388 MOP$ |
 |
พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทปา
พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านไทปา (Taipa Houses Museum) เป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งซึ่งมีความสวยงามด้วยอาคารสไตล์โปรตุเกส 5 หลัง สีเขียวคลาสสิคซึ่งมีชื่อเรียกต่างกันคือ Macanese House , House of Island , House of Portugal Regions , Exhibition House และ Reception House แต่ละหลังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวมาเก๊าและชาวโปรตุเกสที่น่าสนใจ เป็นการจำลองภาพชีวิตในอดีตให้เห็นและสัมผัสกันได้เต็มความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงภาพถ่ายแห่งความทรงจำของเกาะไทปาและโคโลอาน |
 |
โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์
โบสถ์เซนต์ฟรานซิส ซาเวียร์ (St. Francis Xavier Chapel) ตั้งอยู่ในเขตชุมชนเมืองโคโลอาน สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1928 เป็นโบสถ์ที่มีลักษณะศิลปกรรมแบบบารอคสีขาวและสีครีมมีหน้าต่างเป็นรูปวงรีและหอระฆัง ภายในมีวัตถุโบราณมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสเตียนในเอเชีย นอกจากนี้มีตลับเงินที่ภายในบรรจุอัฐิของ St. Francis Xavier ผู้ที่เข้ามาเผยแผ่คริสต์ศาสนาในดินแดนชายฝั่งทะเลจีนและเสียชีวิตลงเมื่อปี ค.ศ. 1552 ส่วนโครงกระดูกของผู้สละชีพเพื่อศาสนาที่เคยเด็บไว้ในโบสถ์เซนต์ปอลก็ถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่ บริเวณทางเดินโดยรอบโบสถ์ปูลาดด้วยก้อนหินและกระเบื้องโมเสก รายล้อมด้วยร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ |