บริษัททัวร์ กัสโต้  
     
tour บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ Gusto World Tour

บริษัททัวร์ โทร กัสโต้

บริษัททัวร์ รูปภาพ บริษัททัวร์ เกี่ยวกับเรา บริษัททัวร์ ติดต่อเรา บริษัททัวร์

tour
     
 
บริษัททัวร์ ทัวร์เอเซีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์เอเซีย
บริษัททัวร์ ทัวร์ยุโรป ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์ยุโรป
บริษัททัวร์ ทัวร์อเมริกา แคนาดา ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์อเมริกา แคนาดา
บริษัททัวร์ ทัวร์ออสเตรเลีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์ออสเตรเลีย
บริษัททัวร์ ทัวร์นิวซีแลนด์ ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์นิวซีแลนด์
บริษัททัวร์ ทัวร์รัสเซีย ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์รัสเซีย

บริษัททัวร์ ทัวร์แอฟริกา ทัวร์ต่างประเทศ
ทัวร์แอฟริกา

บริษัททัวร์ ทัวร์ในประเทศ
ทัวร์ในประเทศ
 
  บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ จำกัด ใบอนุญาตเลขที่ 11/03295
โทร 02-542-4040 แฟกส์ 02-542-4292
 
     
   
 
 
 
   
     
  ประเทศออสเตรเลีย (Australia)  
 
ข้อมูลทั่วไป
 
   
 

เมืองหลวง : แคนเบอร์รา
เมืองใหญ่สุด : ซิดนีย์
ภาษาราชการ : ภาษาอังกฤษ
การปกครอง : สหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
- ประมุข สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2
- ผู้สำเร็จราชการ ไมเคิล เจฟเฟอรี
- นายกรัฐมนตร เควิน รัดด์
เนื้อที่ทั้งหมด : 7,686,850 กม.? (อันดับที่ 6)
พื้นน้ำ :1(%) 
ประชากร : 20,948,900[1] (อันดับที่ 53)
ความหนาแน่น : 2.65/กม? (อันดับที่ 217)
สกุลเงิน : ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
รหัสอินเทอร์เน็ต : .au
รหัสโทรศัพท์ : +61

 
   
 

     เครือรัฐออสเตรเลีย (อังกฤษ: Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้

 
       ชื่อออสเตรเลีย มาจากคำในภาษาละติน ว่า australis ซึ่งหมายถึงทิศใต้ โดยมีตำนานถึง "ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก" (terra australis incognita) ชาวยุโรปเริ่มสำรวจค้นพบออสเตรเลียในพุทธศตวรรษที่ 22 และต่อมาจึงกลายเป็นดินแดนอาณานิคมของบริเตน โดยเริ่มต้นเป็นอาณานิคมนักโทษในนิวเซาท์เวลส์ และจึงมีการตั้งอาณานิคมขึ้นอีกห้าแห่ง อาณานิคมทั้งหกรวมตัวเป็นสหพันธรัฐในปีพ.ศ. 2444 ออสเตรเลียมีชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยตั้งแต่ก่อนชาวยุโรปเข้ามา เรียกว่าชาวอะบอริจิน  
   
 

ประวัติศาสตร์

 
 

     ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป คือชาวอะบอริจิน และชาวเกาะทอร์เรสสเทรต ซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่า มีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 คนอยู่ในออสเตรเลียในปีพ.ศ. 2331

 
       การค้นพบออสเตรเลียของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2149 เป็นเรือของชาวดัตช์ โดยกัปตัน Willem Janszoon ทำแผนที่ชายฝั่งส่วนหนึ่งของออสเตรเลีย ระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313 มีเรือของชาวยุโรปประมาณ 54 ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลีย ซึ่งรู้จักในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ ในปีพ.ศ. 2313 เจมส์ คุก เดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ ต่อมาสหราชอาณาจักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณานิคมสำหรับนักโทษ (penal colony) ฝูงเรือแรกเดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์  
 

     ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788) ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัวของทหาร โดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ. 2336 มีการตั้งถิ่นฐานบนเกาะแทสเมเนีย หรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปีพ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปีพ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐาน การขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลีย

 
 

     ปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์ ทำให้เกิดยุคตื่นทอง นำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลีย ในปีพ.ศ. 2444 หกอาณานิคมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐ ในชื่อเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia) ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และรัฐแทสเมเนีย รวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัลแคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2454 เป็นเมืองหลวงของสหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิวเซาท์เวลส์ บริเวณแยส-แคนเบอร์รา และเริ่มดำเนินงานรัฐสภาในแคนเบอร์ราในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454 นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลีย และเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง 60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคน

 
 

     ออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931 (พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485 โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3 กันยายน พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมด ในสงครามโลกครั้งที่สอง ออสเตรเลียประกาศสงครามกับเยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลียส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกาเหนือ แผ่นดินออสเตรเลียโดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่นที่ดาร์วิน ออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาว โดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ. 2516 พระราชบัญญัติออสเตรเลีย คริสต์ศักราช 1986 (พ.ศ. 2529) ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง ในปีพ.ศ. 2542 ออสเตรเลียจัดการลงประชามติ ว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ 55% ลงคะแนนปฏิเสธ

 
     
  การปกครอง  
 

     ออสเตรเลียมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรูปแบบรัฐบาลเป็นสหพันธรัฐ และระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือสมเด็จพระราชินีนาถแห่งออสเตรเลีย ซึ่งพระองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 พระอิสริยยศในออสเตรเลียคือ Elizabeth the Second, by the Grace of God Queen of Australia and Her other Realms and Territories, Head of the Commonwealth[15]

 
 

     ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (อังกฤษ: governor-general) เป็นผู้แทนพระองค์ในออสเตรเลียของพระประมุขซึ่งประทับอยู่ในสหราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญของออสเตรเลียระบุว่า "อำนาจบริหารเป็นของสมเด็จพระราชินี และทรงใช้อำนาจนั้นผ่านผู้สำเร็จราชการในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินี"[16] อำนาจของผู้สำเร็จราชการนั้นรวมถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีและผู้พิพากษา การยุบสภา และการลงนามบังคับใช้กฎหมาย ผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันคือพลตรีไมเคิล เจฟเฟอรี ผู้สำเร็จราชการยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย[16] ในทางธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ผู้สำเร็จราชการจะใช้อำนาจตามคำแนะนำของรัฐมนตรี[17] สภาบริหารสหพันธรัฐ (อังกฤษ: Federal Executive Council) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้สำเร็จราชการ โดยมีผู้สำเร็จราชการเป็นประธานการประชุม และรัฐมนตรีทุกคนมีสมาชิกภาพตลอดชีพ แต่ในทางปฏิบัติจะเรียกประชุมเฉพาะรัฐมนตรีคณะปัจจุบัน[18] รัฐบาลจะมาจากพรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

 
 

     ออสเตรเลียมีรัฐสภาเก้าแห่ง หนึ่งสภาของสหพันธ์ หกสภาของแต่ละรัฐ และสองสภาของแต่ละดินแดน รัฐสภาของสหพันธ์ ใช้ระบบสภาคู่ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (House of Representative) และวุฒิสภา (Senate) สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 150 คน มาจากการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง มีผู้แทนเขตละหนึ่งคน วุฒิสภามีสมาชิก 76 คน มาจากแต่ละรัฐ รัฐละ 12 คน และจากดินแดน (เขตเมืองหลวงและนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี) ละสองคน[19] ทั้งสองสภาจัดการเลือกตั้งทุกสามปี สมาชิกวุฒิสภามีวาระ 6 ปี โดยการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด

 
 

     ออสเตรเลียมีพรรคการเมืองหลักสามพรรค ได้แก่พรรคแรงงานออสเตรเลีย พรรคเสรีนิยม และพรรคชาติ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2465 รัฐบาลของสหพันธ์มาจากพรรคแรงงานหรือเป็นรัฐบาลผสมของพรรคเสรีนิยมและพรรคชาติ[20] ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ มาจากพรรคแรงงาน พรรคอื่นๆที่มีบทบาทได้แก่ออสเตรเลียนเดโมแครต และออสเตรเลียนกรีนส์ โดยมักได้ที่นั่งในวุฒิสภา

 
   
  รัฐและดินแดน  
 

     ออสเตรเลียแบ่งออกเป็นหกรัฐ ได้แก่รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐแทสเมเนีย รัฐวิกตอเรีย และรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีดินแดนหลักๆบนแผ่นดินใหญ่สองแห่ง ได้แก่ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เขตเมืองหลวง) และดินแดนเล็กน้อยอื่นๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว ดินแดนนั้นมีลักษณะเดียวกับรัฐ แต่รัฐสภากลางสามารถค้านกฎหมายใดก็ได้จากสภาของดินแดน [21]ในขณะที่ในระดับรัฐ กฎหมายสหพันธ์จะค้านกับกฎหมายรัฐได้เพียงในบางด้านตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญ อำนาจนิติบัญญัติอื่นๆนั้นเป็นของรัฐสภาของแต่ละรัฐ

 
 

     แต่ละรัฐและดินแดนมีสภานิติบัญญัติของตัวเอง โดยในควีนสแลนด์และดินแดนทั้งสองแห่งเป็นลักษณะสภาเดี่ยว ในขณะที่ในรัฐที่เหลือเป็นแบบสภาคู่ สมเด็จพระราชินีมีผู้แทนพระองค์ในแต่ละรัฐ เรียกว่า governor และในนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี administrator ส่วนในเขตเมืองหลวง ใช้ผู้แทนพระองค์ของเครือรัฐ (governor-general)

 
   
 

ภูมิศาสตร์

 
       ออสเตรเลียมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปร้อยละ 65 เป็นที่ราบสูง และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร และมีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา ชาวออสเตรเลียเรียกดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารนี้ว่า "เอาต์แบ็ก" ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกหลังเทือกเขาเกรตดิไวดิง ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตะวันออกกับเขตเอาต์แบ็ก มีแม่น้ำสายสำคัญ ๆ อยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์ ส่วนตอนกลางของประเทศที่เรียกว่า "เขตเซนทรัลโลว์แลนด์" เป็นเขตแห้งแล้งที่สุด แม่น้ำลำธารต่าง ๆ อาจแห้งสนิทเป็นเวลาหลายปี เนื่องจาก ทวีป ออสเตรเลียมีสภาพเป็นเกาะทำให้ มีสิ่งมีชวิตที่แตกต่างจากที่อื่นมาก เนื่องจากว่า ไม่ได้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ของสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดิน อื่นๆมา ยกตัวอย่างเช่น จิงโจ้ โคอาลาเป็นต้น  
   
 

ประชากร

 
 

     ประเทศออสเตรเลียมีประชากรประมาณ 21 ล้านคน ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปที่มาตั้งรกรากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปีพ.ศ. 2543 มีผู้อพยพใหม่เข้ามาถึง 5.9 ล้านคนทำให้ประชากรเกือบสองในเจ็ดของออสเตรเลียเกิดในต่างประเทศ หลังจากการเลิกนโยบายออสเตรเลียขาวในปีพ.ศ. 2516 รัฐบาลออสเตรเลียได้พยายามส่งเสริมความสามัคคีระหว่างเชื้อสายต่าง ๆบนพื้นฐานของพหุวัฒนธรรม ในช่วงปีพ.ศ. 2548 ถึง 2549 มีผู้อพยพเข้ามากกว่า 131,000 คน ส่วนใหญ่มาจากทวีปเอเชียและโอเชียเนีย

 
 

     ประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลีย ได้แก่ชาวอะบอริจินบนแผ่นดินหลักและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสซึ่งมีทั้งหมด 410,003 คนในปีพ.ศ. 2544 (ร้อยละ 2.2 ของประชากร) ออสเตรเลียไม่มีศาสนาประจำชาติ จากการสำรวจสำมะโนครัวในปีพ.ศ. 2549 ประชากรประมาณ 12.6 ล้านคน (64%) ประกาศตัวเป็นคริสเตียน ในจำนวนนี้ 5.1 ล้านคน (26%) เป็นโรมันคาทอลิก และ 3.7 ล้านคน (19%) เป็นแองกลิกัน ประชากร 3.7 ล้านคนถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่นับถือศาสนา ซึ่งรวมถึงแนวความเชื่อแบบมนุษยนิยม อเทวนิยม agnosticism (ลัทธิไม่เชื่อศาสนา) และ rationalism (ลัทธิถือเหตุผล) ประชากรเกือบหนึ่งล้านคน (5%) นับถือศาสนาอื่นๆ รวมถึงพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู และศาสนาเชน อย่างไรก็ตาม มีประชากรเพียง 1.5 ล้านคน (7.5%) ที่เข้าโบสถ์เป็นประจำทุกสัปดาห์

 
   
 

วัฒนธรรม

 
 

     วัฒนธรรมของออสเตรเลียมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะแบบอังกฤษหรือแองโกล-เคลติก แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งพัฒนามาจากสภาพแวดล้อมและชนพื้นเมือง ในระยะหลัง วัฒนธรรมของออสเตรเลียยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกัน

 
   
 

สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสำคัญ

 
 

- ท่าเรือซิดนีย์ เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลเช่นเดียวกับเมือง ริโอเดอจาเนโรหรือฮอนโนลูลู มีชายหาดรายรอบไม่ต่ำกว่า 70 แห่งท่าเรือตั้งอยู่ตรงใจกลางใกล้กับย่านชนบทส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านใน เรือเฟอร์รี่สีเขียวเหลืองตามท่าเรืออาจเป็นเรือที่สบายที่สุดในโลกและเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ

 
   
 

- สวนสัตว์ตารองก้า ( Taronga Park Zoo ) เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เนทางท่าเรือเฟอร์รี่ได้ สวนสัตว์แห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าธรรมชาติและอาจเป็นสวนสัตว์ที่สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้ สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากกว่า 5,000 ตัวรวมทั้งสัตว์พื้นเมือต่างๆ ครบชุด

 
   
 

- เกาะเฟรเซอร์ ( Fraser Island ) เป็นเกาะพื่นทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่อื่นๆ แต่ที่แห่งนี้ก็ถูกจัดเข้าเป็นมรคกโลกโดยสหประชาชาติเมื่อปี 1992 พื่นที่ด้านในทั้งหมดแทนที่จะเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง กลับปกคลุมด้วยต้นไม้เนื้อแข็ง บนเกาะนี้มีกิจกรรมหลากหลาย พวกตกปลาจะชอบไป แวดดี้พอยต์ ( Waddy Point ) พวกรักความสบายจะลงเนินทรายไปยังทะเลสาบแวดดี้ ( Lake Waddy นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทใหม่สำหรับพวกนักท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ

 
   
 

- เกาะนอร์โฟล์คและลอร์ดโฮวสถานที่ท่องเที่ยวสองแห่งในออสเตรเลียที่เล็กที่สุด แต่ก็น่าท่องเทียวที่สุดเช่นกัน นอร์โฟล์คและลอร์ดโฮว์เป็นเกาะทางแปซิฟิกตอนใต้ เกาะนอร์โฟล์ค ( Norfolk ) การใช่ชีวิตแบบง่ายๆ และทุ่งหญ้าสีเขียว ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นเกาะนอร์โฟล์ค ที่อยู่ห่างจากซิดนีย์มาทางตะวันออกเฉียงเหนือ 1,700 กิโลเมตร ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อก่อนจนกระทั่งมีการตั้งถิ่นฐานของนักโทษชาวอังกฤษในปี 1788 ปีเดียวกันกับที่ซิดนีย์

 
   
  - Sydney Opera House
     เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายหอยเชลล์มาบ้างแล้วจากทีวี ภาพยนตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียก็ว่าได้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว แวะเวียนมาแชะรูปถ่ายกันตลอดเวลา ไม่ขาดสายเลยค่ะและภายใน Sydney Opera House ก็จะประกอบไปด้วยส่วนของศาลาคอนเสิร์ต โรงละคร ภัตตาคาร และศูนย์วัฒนธรรม แห่งชาติของประเทศออสเตรเลียและยังเป็นจุดชมวิวชมวิวที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และถ้าใครมาซิดนีย์แต่ไม่มาที่ Opera House ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้
 
   
 

- Sydney Harbour Bridge
     เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ Sydney ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่เขามีบริการ Climbing Bridge ซึ่งก็คือการไต่สะพาน Harbour นี้เอง ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวจะมาท้าทายความตื่นเต้น เพราะสะพานแห่งนี้สูงถึง 134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (ถ้าใครอยากทดสอบความกล้าก็มาทดสอบได้ว่าคุณกล้าแค่ไหน) เพราะที่นี่จะอยู่ใกล้กับ Sydney Opera House ใกล้แค่เอื้อม

 
   
  - Royal Botanic Gardens  
 

     ที่นี่จะได้ชื่อว่า หอพรรณไม้ เพราะที่นี่จะมี ต้นไม้ ดอกไม้ ให้เราดูมากมายหลายชนิด โดยที่นี่จะมีจุดชมวิวที่สำคัญ คือ บริเวณ Mrs. Macquarie’s Chair โดยที่นี่นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะชอบมาถ่ายรูปกันมาก เพราะเป็นสวนที่สุดระดับต้น ๆ ของโลก โดยที่นี่จะอยู่ติดกับโอเปร่าเฮาส์

 
   
 

- พิธิภัณฑ์สัตว์น้ำ Sydney Aquarium

 
       เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ถ้าเราเข้าไปแล้วเราเสมือนเข้าอยู่บนโลกใต้ท้องทะเล เพราะข้างในนี้จะมีปลามากมายหลายชนิดที่สวยงาม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราเห็น โดยที่นี่จะมีจุดที่น่าสนใจ คือ แนวปะการังคอมเพล็กซ์ที่จำลองมาจากเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) จะเป็นการจำลองโลกใต้ท้องทะเลและเราจะเห็นแนวปะการังและเราสามารถลองสัมผัสปลาดาว และปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ โดยที่นี่ (Sydney Aquarium) จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาร์เบอร์ไซด์ เฟสติวัลมาร์เก็ตเพลส ถ้าใครสนใจโลกใต้ท้องทะเลมาชมกันได้ทุกเมื่อเพราะที่นี่จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.30 – 21.30 น.  
   
 

- Bondi Beach

 
 

     เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดด และพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน

 
   
 

- สวนสัตว์ KOALA PARK SANCTUARY

 
       เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ หมีโคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ฯลฯ โดยที่นี่สัตว์ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเจ้าหมีโคอาล่าดูจากรูปข้างล่างมันคงเหนื่อยจากการโชว์ตัวเลยขอหลับหน่อย ขนาดมันหลับยังน่ารักขนาดนี้นะเนี้ย ถ้าทุกท่านเข้ามาที่นี่โปรดมาชมความน่ารักของมันด้วยนะ และที่นี่ยังมีการโชว์พิเศษ คือ การตัดขนแกะ ซึ่งการโชว์นี้จะเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างพวกเรา  
   
 

- Blue Mountains

 
 

     เป็นดินแดนที่สร้างสรรค์จากผลงานตามธรรมชาติ โดยที่นี่จะมีเทือกเขามากมายที่ให้เราชม เทือกเขาที่เด่นสุดของที่นี่คือ เทือกเขา ทรี ซีสเตอร์ ร็อกส์(Three Sister Rocks) หรือเรียกกันว่า เขาสามอนงค์ โดยเทือกเขานี้จะมีภูเขาทั้ง 3 ลูกเรียงกัน และที่นี่ยังมีตำนานความรักอันแสนเศร้าของยักษ์สาวอะบอริจิ้น ผู้ที่เคยครอบครองดินแดนแห่ง นี้ เป็นรักต้องห้ามของหนุ่มสาวต่างเผ่ากัน โดยทั้ง 2 ครอบครัวต่างเป็นศัตรูกัน จึงให้หมอผีสาปให้หญิงสาวกลายเป็นก้อนหิน ส่วนฝ่ายชายหนุ่มเมื่อรู้เรื่องก็เศร้าโศกร้องไห้จนกลายเป็นสายน้ำตกคาทูมบาที่เห็นกันทุกวันนี้ และที่นี่เหมาะแห่งการชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะสวยเป็นพิเศษเหมาะแห่งการถ่ายรูป

 
   
 

- Featherdale Wildlife Park

 
 

     ที่นี่เป็นสวนสัตว์อีกที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ความสนใจไม่แพ้ สวนสัตว์ KOALA PARK เพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากกว่าสวนสัตว์ KOALA PARK และที่นี่เราสามารถดูการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าได้ และที่นี่ยังมีของที่ระลึกที่สวยงามมันอาจเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในอนาคตได้
Museum of Contemporary Art (พิธิภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย)
ที่นี่มีศิลปะร่วมสมัยหลาย ๆ รุ่นที่น่าสนใจแสดงอยู่จำนวนมาก โดยจะมีผลงานระดับโลกหลายชนิดโดยถ้าคุณคนหนึ่งเป็นคนชอบศิลปะต้องมาชมให้ได้ และที่นี่ยังมีร้านกาแฟที่แสนอร่อยอยู่บนเทอเรซ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ถ้าคุณมีเวลาคุณสามารถจิบกาแฟไปพรางชมวิวไปพรางได้ โดยที่นี่จะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ Visitors Information ในย่าน The rocks
ห้างเดวิดโจนส์ Queen Victoria Building

 
   
 

- HUNTER VALLEY

 
 

     ใครที่ชืนชอบทานไวน์ควรมาที่ ฮันเตอร์ วัลเลย์ (HUNTER VALLEY) เพราะที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์องุ่น เกรด A ของโลก โดยแหล่งที่นเพาะพันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ Pokolbin และ Cessnock โดยถ้าคุณจะมาคุณควรมาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม เพราะเป็นฤดูเก็บองุ่นโดยที่นี่จะห่างจากซิดนีย์มาทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถซื้อกับไปกินที่บ้านได้เพราะไวน์ที่นี่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก

 
   
 

- Sydney Olympic Park

 
 

     เป็นสนามที่ซิดนีย์ได้เป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 2000 โดยสนามแห่งนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ออกไปราวครึ่งชั่วโมง และสนามแห่งนี้จะมีเนื้อที่ 425 เฮกเตอร์ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ถึงจะหมดเทศกาลโอลิมปิกไปแต่ที่นี่ก็ได้รับความนิยมมากเพราะที่นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่มีการแข่งขันโอลิมปิก ถ้าใครมาที่นี่ไม่ต้องกลัวหลงเพราะที่นี่จะมีไกด์ทัวร์

 
   
  - The Rocks  
 

     เดอะร็อคส์เป็นชุมชนแห่งแรกของชาวยุโรปที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในออสเตรเลีย ตรงนี้เป็จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ของประเทศเมื่อกองเรืออังกฤษมาขึ้นบกในปี ค.ศ 1788 การเที่ยวเดอะร็อคส์เป็นการเที่ยวแบบตามรอยประวัติศาสตร์

 
   
  - Fox Studios  
 

     ฟ็อกสตูดิโอส์เป็นโรงถ่ายภายยนต์ได้เปิดให้คนที่สนใจเบื้องหลังให้เข้าชมการถ่ายทำภาพยนต์ ภาพยนต์บางเรื่องก็ได้ให้ผู้ที่เข้าชมมีส่วนรวมเสมือนอยู่ในฉากนั้น ๆ อีกด้วย เช่นเรื่องซิมป์สัน

 
   
 

เตรียมตัวก่อนเดินทาง

 
 

     ออสเตรเลียมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโรค และศัตรูพืชเข้ามาในประเทศ ทางประเทศออสเตรเลียจึงมีการตรวจตราอย่างเคร่งคัด ที่สนามบินโดยเจ้าหน้าที่แผนกกักกันโรค เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะเฉพาะตัวของประเทศออสเตรเลีย

 
   
  ระบบไฟฟ้า  
       ระบบไฟฟ้าที่ประเทศออสเตรเลียใช้นั้นอยู่ที่ 230-250 โวลต์ / 50 วงจร เป็นแบบตัวเสียบระบบ AC ที่มี 3 หัว ส่วนหม้อแปลงและอแด็บเตอร์ ดังนั้น หัวแปลงปลั๊กไฟซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไป  
 
     
   

 
     
     
     

 

 

เตรียมตัวเที่ยว
ข้อมูลเที่ยวต่างประเทศ
เที่ยว เอเซีย
เขมร กัมพูชา | ลาว | เวียดนาม | พม่า | ญี่ปุ่น | เกาหลี | จีน | ฮ่องกง | มาเก๊า | มาเลเซีย | สิงคโปร์ | อื่นๆ |
เที่ยว ยุโรป
เที่ยว อเมริกา
เที่ยว ออสเตรเลีย | นิวซีแลนด์
เที่ยว แอฟริกา

 

 
 

 

 

    บริษัททัวร์
tour หมายเหตุ : ทัวร์ทุกกรุ๊ปของบริษัทฯ รวมค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง ค่าวีซ่า ค่าภาษีน้ำมัน ของสายการบินต่างๆ แล้ว / ขอสวงนสิทธิ์ในการปรับราคา หากมีการขึ้น่าธรรมเนียมน้ำมันจากสายการบิน ติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายขาย tour
 
 

 

 
     
  | บริษัททัวร์ | ทัวร์ในประเทศ | ทัวร์เอเซีย | ทัวร์ยุโรป | ทัวร์อเมริกา แคนาดา | ทัวร์ออสเตรเลีย | ทัวร์นิวซีแลนด์ | ทัวร์รัสเซีย | ทัวร์แอฟริกา | ทัวร์จีน | ทัวร์ไต้หวัน | ทัวร์ฮ่องกง | ทัวร์มาเก๊า | ทัวร์เกาหลี | ทัวร์ญี่ปุ่น | ทัวร์เขมร | ทัวร์กัมพูชา | ทัวร์นครวัด | ทัวร์ลาว | ทัวร์วียดนาม | ทัวร์พม่า | ทัวร์มาเลเซีย | ทัวร์สิงคโปร์ | ทัวร์บรูไน | ทัวร์อินโดนีเซีย | ทัวร์บาหลี | ทัวร์อินเดีย | ทัวร์เนปาล | ทัวร์อียิปต์ | ทัวร์จอร์แดน | ทัวร์ตุรกี | ทัวร์โอซาก้า | ทัวร์ต่างประเทศ |  
     
  ทัวร์จีน | ทัวร์ปักกิ่ง | ทัวร์เซี่ยงไฮ้ | ทัวร์กุ้ยหลิน | ทัวร์คุนหมิง | ทัวร์กวางเจาเทรดแฟร์ | ทัวร์ซีอาน | ทัวร์ฮาร์บิน | ทัวร์จางเจียเจี้ย | ทัวร์เฉินตู | ทัวร์ทิเบต | ทัวร์สิบสองปันนา  
     
       
  บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ Gusto World Tour

บริษัททัวร์ กัสโต้ เวิลด์ ทัวร์ (Gusto World Tour Co,. Ltd.)

8/29 ถ.สุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. 10230
โทร 02-542-4040 แฟกส์ 02-542-4292

Web : http://www.gustotour.com  Email : gusto@gustotour.com