| |
|
|
| |
 |
|
| |
|
|
| |
ประเทศออสเตรเลีย (Australia) |
|
| |
ข้อมูลทั่วไป
|
|
| |
|
| |
เมืองหลวง : แคนเบอร์รา
เมืองใหญ่สุด : ซิดนีย์
ภาษาราชการ : ภาษาอังกฤษ
การปกครอง : สหพันธรัฐราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
- ประมุข สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2
- ผู้สำเร็จราชการ ไมเคิล เจฟเฟอรี
- นายกรัฐมนตรี เควิน รัดด์
เนื้อที่ทั้งหมด : 7,686,850 กม.? (อันดับที่ 6)
พื้นน้ำ :1(%)
ประชากร : 20,948,900[1] (อันดับที่ 53)
ความหนาแน่น : 2.65/กม? (อันดับที่ 217)
สกุลเงิน : ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
รหัสอินเทอร์เน็ต : .au
รหัสโทรศัพท์ : +61
|
|
| |
|
|
| |
เครือรัฐออสเตรเลีย (อังกฤษ: Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้ |
|
| |
ชื่อออสเตรเลีย มาจากคำในภาษาละติน ว่า australis ซึ่งหมายถึงทิศใต้ โดยมีตำนานถึง "ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก" (terra australis incognita) ชาวยุโรปเริ่มสำรวจค้นพบออสเตรเลียในพุทธศตวรรษที่ 22 และต่อมาจึงกลายเป็นดินแดนอาณานิคมของบริเตน โดยเริ่มต้นเป็นอาณานิคมนักโทษในนิวเซาท์เวลส์ และจึงมีการตั้งอาณานิคมขึ้นอีกห้าแห่ง อาณานิคมทั้งหกรวมตัวเป็นสหพันธรัฐในปีพ.ศ. 2444 ออสเตรเลียมีชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยตั้งแต่ก่อนชาวยุโรปเข้ามา เรียกว่าชาวอะบอริจิน |
|
| |
|
|
| |
ประวัติศาสตร์ |
|
| |
ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียก่อนการตั้งถิ่นฐานของชาวยุโรป คือชาวอะบอริจิน และชาวเกาะทอร์เรสสเทรต ซึ่งชนเหล่านี้มีภาษาแตกต่างกันนับร้อยภาษา ประมาณการว่า มีชาวอะบอริจินมากกว่า 780,000 คนอยู่ในออสเตรเลียในปีพ.ศ. 2331 |
|
| |
การค้นพบออสเตรเลียของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2149 เป็นเรือของชาวดัตช์ โดยกัปตัน Willem Janszoon ทำแผนที่ชายฝั่งส่วนหนึ่งของออสเตรเลีย ระหว่างปีพ.ศ. 2149 และ 2313 มีเรือของชาวยุโรปประมาณ 54 ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลีย ซึ่งรู้จักในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ ในปีพ.ศ. 2313 เจมส์ คุก เดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ ต่อมาสหราชอาณาจักรใช้ออสเตรเลียเป็นอาณานิคมสำหรับนักโทษ (penal colony) ฝูงเรือแรกเดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ |
|
| |
ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788) ซึ่งต่อมาเป็นวันออสเตรเลีย ผู้ตั้งถิ่นฐานยุคแรกส่วนใหญ่เป็นนักโทษและครอบครัวของทหาร โดยมีผู้อพยพเสรีเริ่มเข้ามาในปีพ.ศ. 2336 มีการตั้งถิ่นฐานบนเกาะแทสเมเนีย หรือชื่อในขณะนั้นคือฟานไดเมนส์แลนด์ ในปีพ.ศ. 2346 และตั้งเป็นอาณานิคมแยกอีกแห่งหนึ่งในปีพ.ศ. 2368 สหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปีพ.ศ. 2372 และเริ่มมีการตั้งอาณานิคมแยกขึ้นมาอีกหลายแห่ง ได้แก่เซาท์ออสเตรเลีย วิกตอเรีย และควีนส์แลนด์ โดยแยกออกมาจากนิวเซาท์เวลส์ เซาท์ออสเตรเลียไม่เคยเป็นอาณานิคมนักโทษ ในขณะที่วิกตอเรียและเวสเทิร์นออสเตรเลียยอมรับการขนส่งนักโทษภายหลัง เรือนักโทษลำสุดท้ายมาถึงนิวเซาท์เวลส์ในปีพ.ศ. 2391 หลังจากการรณรงค์ยกเลิกโดยกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐาน การขนส่งนักโทษยุติอย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2396 ในนิวเซาท์เวลส์และแทสเมเนีย และปีพ.ศ. 2411 ในเวสเทิร์นออสเตรเลีย |
|
| |
ปีพ.ศ. 2394 เอดเวิร์ด ฮาร์กรีฟส์ ค้นพบสายแร่ทอง ในที่ๆเขาตั้งชื่อว่าโอฟีร์ (Ophir) ในนิวเซาท์เวลส์ ทำให้เกิดยุคตื่นทอง นำคนจำนวนมากเดินทางมาออสเตรเลีย ในปีพ.ศ. 2444 หกอาณานิคมในออสเตรเลียรวมตัวกันเป็นสหพันธรัฐ ในชื่อเครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia) ประกอบด้วยรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐวิกตอเรีย รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และรัฐแทสเมเนีย รวมหกรัฐเข้าอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญหนึ่งเดียว เฟเดอรัลแคพิทัลเทร์ริทอรีก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2454 เป็นเมืองหลวงของสหพันธรัฐ จากส่วนหนึ่งของรัฐนิวเซาท์เวลส์ บริเวณแยส-แคนเบอร์รา และเริ่มดำเนินงานรัฐสภาในแคนเบอร์ราในปีพ.ศ. 2470 ในปีพ.ศ. 2454 นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี แยกตัวออกมาจากเซาท์ออสเตรเลีย และเข้าเป็นดินแดนในกำกับของสหพันธ์ ออสเตรเลียสมัครใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วมถึง 60,000 คนจากประชากรชายน้อยกว่าสามล้านคน |
|
| |
ออสเตรเลียประกาศใช้บทกฎหมายเวสต์มินสเตอร์ คริสต์ศักราช 1931 (พ.ศ. 2474) ในปีพ.ศ. 2485 โดยมีผลบังคับใช้ย้อนไปตั้งแต่ 3 กันยายน พ.ศ. 2482 ซึ่งเป็นการยุติบทบาทนิติบัญญัติของสหราชอาณาจักรในออสเตรเลียเกือบทั้งหมด ในสงครามโลกครั้งที่สอง ออสเตรเลียประกาศสงครามกับเยอรมนีพร้อมกับสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส หลังจากเยอรมนีบุกโปแลนด์ ออสเตรเลียส่งทหารเข้าร่วมสมรภูมิในยุโรป เมดิเตอร์เรเนียน และแอฟริกาเหนือ แผ่นดินออสเตรเลียโดนโจมตีโดยตรงครั้งแรกจากการเข้าตีโฉบฉวยทางอากาศของญี่ปุ่นที่ดาร์วิน ออสเตรเลียยุตินโยบายออสเตรเลียขาว โดยดำเนินการขั้นสุดท้ายในปีพ.ศ. 2516 พระราชบัญญัติออสเตรเลีย คริสต์ศักราช 1986 (พ.ศ. 2529) ยกเลิกบทบาทของสหราชอาณาจักรในอำนาจนิติบัญญัติและตุลาการของออสเตรเลียโดยสิ้นเชิง ในปีพ.ศ. 2542 ออสเตรเลียจัดการลงประชามติ ว่าจะให้ประเทศเป็นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีแต่งตั้งจากรัฐสภาหรือไม่ ซึ่งคะแนนเสียงเกือบ 55% ลงคะแนนปฏิเสธ |
|
| |
|
|
| |
การปกครอง |
|
| |
ออสเตรเลียมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีรูปแบบรัฐบาลเป็นสหพันธรัฐ และระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐของออสเตรเลียคือสมเด็จพระราชินีนาถแห่งออสเตรเลีย ซึ่งพระองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 พระอิสริยยศในออสเตรเลียคือ Elizabeth the Second, by the Grace of God Queen of Australia and Her other Realms and Territories, Head of the Commonwealth[15] |
|
| |
ตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (อังกฤษ: governor-general) เป็นผู้แทนพระองค์ในออสเตรเลียของพระประมุขซึ่งประทับอยู่ในสหราชอาณาจักร รัฐธรรมนูญของออสเตรเลียระบุว่า "อำนาจบริหารเป็นของสมเด็จพระราชินี และทรงใช้อำนาจนั้นผ่านผู้สำเร็จราชการในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระราชินี"[16] อำนาจของผู้สำเร็จราชการนั้นรวมถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีและผู้พิพากษา การยุบสภา และการลงนามบังคับใช้กฎหมาย ผู้สำเร็จราชการคนปัจจุบันคือพลตรีไมเคิล เจฟเฟอรี ผู้สำเร็จราชการยังดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย[16] ในทางธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ผู้สำเร็จราชการจะใช้อำนาจตามคำแนะนำของรัฐมนตรี[17] สภาบริหารสหพันธรัฐ (อังกฤษ: Federal Executive Council) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่ผู้สำเร็จราชการ โดยมีผู้สำเร็จราชการเป็นประธานการประชุม และรัฐมนตรีทุกคนมีสมาชิกภาพตลอดชีพ แต่ในทางปฏิบัติจะเรียกประชุมเฉพาะรัฐมนตรีคณะปัจจุบัน[18] รัฐบาลจะมาจากพรรคที่ได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร |
|
| |
ออสเตรเลียมีรัฐสภาเก้าแห่ง หนึ่งสภาของสหพันธ์ หกสภาของแต่ละรัฐ และสองสภาของแต่ละดินแดน รัฐสภาของสหพันธ์ ใช้ระบบสภาคู่ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร (House of Representative) และวุฒิสภา (Senate) สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 150 คน มาจากการเลือกตั้ง โดยแบ่งเป็นเขตเลือกตั้ง มีผู้แทนเขตละหนึ่งคน วุฒิสภามีสมาชิก 76 คน มาจากแต่ละรัฐ รัฐละ 12 คน และจากดินแดน (เขตเมืองหลวงและนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี) ละสองคน[19] ทั้งสองสภาจัดการเลือกตั้งทุกสามปี สมาชิกวุฒิสภามีวาระ 6 ปี โดยการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด |
|
| |
ออสเตรเลียมีพรรคการเมืองหลักสามพรรค ได้แก่พรรคแรงงานออสเตรเลีย พรรคเสรีนิยม และพรรคชาติ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2465 รัฐบาลของสหพันธ์มาจากพรรคแรงงานหรือเป็นรัฐบาลผสมของพรรคเสรีนิยมและพรรคชาติ[20] ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีเควิน รัดด์ มาจากพรรคแรงงาน พรรคอื่นๆที่มีบทบาทได้แก่ออสเตรเลียนเดโมแครต และออสเตรเลียนกรีนส์ โดยมักได้ที่นั่งในวุฒิสภา |
|
| |
|
|
| |
รัฐและดินแดน |
|
| |
ออสเตรเลียแบ่งออกเป็นหกรัฐ ได้แก่รัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐควีนส์แลนด์ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย รัฐแทสเมเนีย รัฐวิกตอเรีย และรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีดินแดนหลักๆบนแผ่นดินใหญ่สองแห่ง ได้แก่ นอร์เทิร์นเทร์ริทอรี และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (เขตเมืองหลวง) และดินแดนเล็กน้อยอื่นๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว ดินแดนนั้นมีลักษณะเดียวกับรัฐ แต่รัฐสภากลางสามารถค้านกฎหมายใดก็ได้จากสภาของดินแดน [21]ในขณะที่ในระดับรัฐ กฎหมายสหพันธ์จะค้านกับกฎหมายรัฐได้เพียงในบางด้านตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญ อำนาจนิติบัญญัติอื่นๆนั้นเป็นของรัฐสภาของแต่ละรัฐ |
|
| |
แต่ละรัฐและดินแดนมีสภานิติบัญญัติของตัวเอง โดยในควีนสแลนด์และดินแดนทั้งสองแห่งเป็นลักษณะสภาเดี่ยว ในขณะที่ในรัฐที่เหลือเป็นแบบสภาคู่ สมเด็จพระราชินีมีผู้แทนพระองค์ในแต่ละรัฐ เรียกว่า governor และในนอร์เทิร์นเทอร์ริทอรี administrator ส่วนในเขตเมืองหลวง ใช้ผู้แทนพระองค์ของเครือรัฐ (governor-general) |
|
| |
|
|
| |
ภูมิศาสตร์ |
|
| |
ออสเตรเลียมีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปร้อยละ 65 เป็นที่ราบสูง และตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและทุรกันดาร และมีขนาดทะเลทรายรวมกันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทะเลทรายสะฮาราในทวีปแอฟริกา ชาวออสเตรเลียเรียกดินแดนที่แห้งแล้งและทุรกันดารนี้ว่า "เอาต์แบ็ก" ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกหลังเทือกเขาเกรตดิไวดิง ซึ่งแบ่งแยกชายฝั่งตะวันออกกับเขตเอาต์แบ็ก มีแม่น้ำสายสำคัญ ๆ อยู่ทางภูมิภาคตะวันออก ได้แก่ แม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์ ส่วนตอนกลางของประเทศที่เรียกว่า "เขตเซนทรัลโลว์แลนด์" เป็นเขตแห้งแล้งที่สุด แม่น้ำลำธารต่าง ๆ อาจแห้งสนิทเป็นเวลาหลายปี เนื่องจาก ทวีป ออสเตรเลียมีสภาพเป็นเกาะทำให้ มีสิ่งมีชวิตที่แตกต่างจากที่อื่นมาก เนื่องจากว่า ไม่ได้เกิดการอพยพย้ายถิ่น ของสิ่งมีชีวิตบนแผ่นดิน อื่นๆมา ยกตัวอย่างเช่น จิงโจ้ โคอาลาเป็นต้น |
|
| |
|
|
| |
ประชากร |
|
| |
ประเทศออสเตรเลียมีประชากรประมาณ 21 ล้านคน ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากชาวยุโรปที่มาตั้งรกรากในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปีพ.ศ. 2543 มีผู้อพยพใหม่เข้ามาถึง 5.9 ล้านคนทำให้ประชากรเกือบสองในเจ็ดของออสเตรเลียเกิดในต่างประเทศ หลังจากการเลิกนโยบายออสเตรเลียขาวในปีพ.ศ. 2516 รัฐบาลออสเตรเลียได้พยายามส่งเสริมความสามัคคีระหว่างเชื้อสายต่าง ๆบนพื้นฐานของพหุวัฒนธรรม ในช่วงปีพ.ศ. 2548 ถึง 2549 มีผู้อพยพเข้ามากกว่า 131,000 คน ส่วนใหญ่มาจากทวีปเอเชียและโอเชียเนีย |
|
| |
ประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลีย ได้แก่ชาวอะบอริจินบนแผ่นดินหลักและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรสซึ่งมีทั้งหมด 410,003 คนในปีพ.ศ. 2544 (ร้อยละ 2.2 ของประชากร) ออสเตรเลียไม่มีศาสนาประจำชาติ จากการสำรวจสำมะโนครัวในปีพ.ศ. 2549 ประชากรประมาณ 12.6 ล้านคน (64%) ประกาศตัวเป็นคริสเตียน ในจำนวนนี้ 5.1 ล้านคน (26%) เป็นโรมันคาทอลิก และ 3.7 ล้านคน (19%) เป็นแองกลิกัน ประชากร 3.7 ล้านคนถูกจัดอยู่ในกลุ่มไม่นับถือศาสนา ซึ่งรวมถึงแนวความเชื่อแบบมนุษยนิยม อเทวนิยม agnosticism (ลัทธิไม่เชื่อศาสนา) และ rationalism (ลัทธิถือเหตุผล) ประชากรเกือบหนึ่งล้านคน (5%) นับถือศาสนาอื่นๆ รวมถึงพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู และศาสนาเชน อย่างไรก็ตาม มีประชากรเพียง 1.5 ล้านคน (7.5%) ที่เข้าโบสถ์เป็นประจำทุกสัปดาห์ |
|
| |
|
|
| |
วัฒนธรรม |
|
| |
วัฒนธรรมของออสเตรเลียมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมตะวันตก โดยเฉพาะแบบอังกฤษหรือแองโกล-เคลติก แต่ก็ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งพัฒนามาจากสภาพแวดล้อมและชนพื้นเมือง ในระยะหลัง วัฒนธรรมของออสเตรเลียยังได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอเมริกัน |
|
| |
|
|
| |
สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองสำคัญ |
|
| |
- ท่าเรือซิดนีย์ เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเลเช่นเดียวกับเมือง ริโอเดอจาเนโรหรือฮอนโนลูลู มีชายหาดรายรอบไม่ต่ำกว่า 70 แห่งท่าเรือตั้งอยู่ตรงใจกลางใกล้กับย่านชนบทส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านใน เรือเฟอร์รี่สีเขียวเหลืองตามท่าเรืออาจเป็นเรือที่สบายที่สุดในโลกและเรียกใช้ได้ทุกเมื่อ |
|
| |
|
|
| |
- สวนสัตว์ตารองก้า ( Taronga Park Zoo ) เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เนทางท่าเรือเฟอร์รี่ได้ สวนสัตว์แห่งนี้ล้อมรอบด้วยป่าธรรมชาติและอาจเป็นสวนสัตว์ที่สวยที่สุดในโลกก็ว่าได้ สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากกว่า 5,000 ตัวรวมทั้งสัตว์พื้นเมือต่างๆ ครบชุด |
|
| |
|
|
| |
- เกาะเฟรเซอร์ ( Fraser Island ) เป็นเกาะพื่นทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าจะมีสภาพแวดล้อมแตกต่างจากที่อื่นๆ แต่ที่แห่งนี้ก็ถูกจัดเข้าเป็นมรคกโลกโดยสหประชาชาติเมื่อปี 1992 พื่นที่ด้านในทั้งหมดแทนที่จะเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง กลับปกคลุมด้วยต้นไม้เนื้อแข็ง บนเกาะนี้มีกิจกรรมหลากหลาย พวกตกปลาจะชอบไป แวดดี้พอยต์ ( Waddy Point ) พวกรักความสบายจะลงเนินทรายไปยังทะเลสาบแวดดี้ ( Lake Waddy นอกจากนี้ยังมีรีสอร์ทใหม่สำหรับพวกนักท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ |
|
| |
|
|
| |
- เกาะนอร์โฟล์คและลอร์ดโฮว์ สถานที่ท่องเที่ยวสองแห่งในออสเตรเลียที่เล็กที่สุด แต่ก็น่าท่องเทียวที่สุดเช่นกัน นอร์โฟล์คและลอร์ดโฮว์เป็นเกาะทางแปซิฟิกตอนใต้ เกาะนอร์โฟล์ค ( Norfolk ) การใช่ชีวิตแบบง่ายๆ และทุ่งหญ้าสีเขียว ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นเกาะนอร์โฟล์ค ที่อยู่ห่างจากซิดนีย์มาทางตะวันออกเฉียงเหนือ 1,700 กิโลเมตร ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อก่อนจนกระทั่งมีการตั้งถิ่นฐานของนักโทษชาวอังกฤษในปี 1788 ปีเดียวกันกับที่ซิดนีย์ |
|
| |
|
|
| |
- Sydney Opera House เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยเห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงคล้ายหอยเชลล์มาบ้างแล้วจากทีวี ภาพยนตร์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียก็ว่าได้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว แวะเวียนมาแชะรูปถ่ายกันตลอดเวลา ไม่ขาดสายเลยค่ะและภายใน Sydney Opera House ก็จะประกอบไปด้วยส่วนของศาลาคอนเสิร์ต โรงละคร ภัตตาคาร และศูนย์วัฒนธรรม แห่งชาติของประเทศออสเตรเลียและยังเป็นจุดชมวิวชมวิวที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน และถ้าใครมาซิดนีย์แต่ไม่มาที่ Opera House ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง เพราะที่นี่เป็นหัวใจหลักเลยก็ว่าได้ |
|
| |
|
|
| |
- Sydney Harbour Bridge
เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของ Sydney ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ที่นี่เขามีบริการ Climbing Bridge ซึ่งก็คือการไต่สะพาน Harbour นี้เอง ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวจะมาท้าทายความตื่นเต้น เพราะสะพานแห่งนี้สูงถึง 134 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (ถ้าใครอยากทดสอบความกล้าก็มาทดสอบได้ว่าคุณกล้าแค่ไหน) เพราะที่นี่จะอยู่ใกล้กับ Sydney Opera House ใกล้แค่เอื้อม
|
|
| |
|
|
| |
- Royal Botanic Gardens |
|
| |
ที่นี่จะได้ชื่อว่า หอพรรณไม้ เพราะที่นี่จะมี ต้นไม้ ดอกไม้ ให้เราดูมากมายหลายชนิด โดยที่นี่จะมีจุดชมวิวที่สำคัญ คือ บริเวณ Mrs. Macquarie’s Chair โดยที่นี่นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศจะชอบมาถ่ายรูปกันมาก เพราะเป็นสวนที่สุดระดับต้น ๆ ของโลก โดยที่นี่จะอยู่ติดกับโอเปร่าเฮาส์ |
|
| |
|
|
| |
- พิธิภัณฑ์สัตว์น้ำ Sydney Aquarium |
|
| |
เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ถ้าเราเข้าไปแล้วเราเสมือนเข้าอยู่บนโลกใต้ท้องทะเล เพราะข้างในนี้จะมีปลามากมายหลายชนิดที่สวยงาม และสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราเห็น โดยที่นี่จะมีจุดที่น่าสนใจ คือ แนวปะการังคอมเพล็กซ์ที่จำลองมาจากเกรทแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) จะเป็นการจำลองโลกใต้ท้องทะเลและเราจะเห็นแนวปะการังและเราสามารถลองสัมผัสปลาดาว และปลาตัวเล็กตัวน้อยได้ โดยที่นี่ (Sydney Aquarium) จะตั้งอยู่ตรงข้ามกับฮาร์เบอร์ไซด์ เฟสติวัลมาร์เก็ตเพลส ถ้าใครสนใจโลกใต้ท้องทะเลมาชมกันได้ทุกเมื่อเพราะที่นี่จะเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 09.30 – 21.30 น. |
|
| |
|
|
| |
- Bondi Beach |
|
| |
เป็นหาดที่นิยมมากที่สุดในซิดนีย์ ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นหาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก โดยสามารถนั่งรถไฟ แล้วต่อรถเมล์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เป็นหาดที่เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น เพราะที่นี่จะมีคนเล่น Surf Board เป็นจำนวนมาก และยังเป็นที่ที่เหมาะแห่งการอาบแดด และพักผ่อนหย่อนใจ ด้านหน้า Beach ก็มีร้านอาหารมากมายหลากหลายชนิดที่มีเลือกชิม เวลาหิว และที่นี่ยังมีอาหารไทย ถ้าหากคุณคิดถึงรสชาติแบบไทย ๆ ที่นี่ก็มีให้ทาน |
|
| |
|
|
| |
- สวนสัตว์ KOALA PARK SANCTUARY |
|
| |
เพลิดเพลินไปกับการชมชีวิตธรรมชาติและความน่ารักของเหล่าสัตว์พื้นเมืองนานาชนิด อาทิ หมีโคอาล่า จิงโจ้ วอมแบท ฯลฯ โดยที่นี่สัตว์ที่เด่นที่สุดคงจะเป็นเจ้าหมีโคอาล่าดูจากรูปข้างล่างมันคงเหนื่อยจากการโชว์ตัวเลยขอหลับหน่อย ขนาดมันหลับยังน่ารักขนาดนี้นะเนี้ย ถ้าทุกท่านเข้ามาที่นี่โปรดมาชมความน่ารักของมันด้วยนะ และที่นี่ยังมีการโชว์พิเศษ คือ การตัดขนแกะ ซึ่งการโชว์นี้จะเป็นที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างพวกเรา |
|
| |
|
|
| |
- Blue Mountains |
|
| |
เป็นดินแดนที่สร้างสรรค์จากผลงานตามธรรมชาติ โดยที่นี่จะมีเทือกเขามากมายที่ให้เราชม เทือกเขาที่เด่นสุดของที่นี่คือ เทือกเขา ทรี ซีสเตอร์ ร็อกส์(Three Sister Rocks) หรือเรียกกันว่า เขาสามอนงค์ โดยเทือกเขานี้จะมีภูเขาทั้ง 3 ลูกเรียงกัน และที่นี่ยังมีตำนานความรักอันแสนเศร้าของยักษ์สาวอะบอริจิ้น ผู้ที่เคยครอบครองดินแดนแห่ง นี้ เป็นรักต้องห้ามของหนุ่มสาวต่างเผ่ากัน โดยทั้ง 2 ครอบครัวต่างเป็นศัตรูกัน จึงให้หมอผีสาปให้หญิงสาวกลายเป็นก้อนหิน ส่วนฝ่ายชายหนุ่มเมื่อรู้เรื่องก็เศร้าโศกร้องไห้จนกลายเป็นสายน้ำตกคาทูมบาที่เห็นกันทุกวันนี้ และที่นี่เหมาะแห่งการชมพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะสวยเป็นพิเศษเหมาะแห่งการถ่ายรูป |
|
| |
|
|
| |
- Featherdale Wildlife Park |
|
| |
ที่นี่เป็นสวนสัตว์อีกที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวทั้งหลายให้ความสนใจไม่แพ้ สวนสัตว์ KOALA PARK เพราะที่นี่ค่อนข้างเป็นธรรมชาติมากกว่าสวนสัตว์ KOALA PARK และที่นี่เราสามารถดูการดำรงชีวิตของสัตว์ป่าได้ และที่นี่ยังมีของที่ระลึกที่สวยงามมันอาจเป็นสิ่งที่ล้ำค่าในอนาคตได้
Museum of Contemporary Art (พิธิภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย)
ที่นี่มีศิลปะร่วมสมัยหลาย ๆ รุ่นที่น่าสนใจแสดงอยู่จำนวนมาก โดยจะมีผลงานระดับโลกหลายชนิดโดยถ้าคุณคนหนึ่งเป็นคนชอบศิลปะต้องมาชมให้ได้ และที่นี่ยังมีร้านกาแฟที่แสนอร่อยอยู่บนเทอเรซ และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ถ้าคุณมีเวลาคุณสามารถจิบกาแฟไปพรางชมวิวไปพรางได้ โดยที่นี่จะตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับ Visitors Information ในย่าน The rocks
ห้างเดวิดโจนส์ Queen Victoria Building |
|
| |
|
|
| |
- HUNTER VALLEY |
|
| |
ใครที่ชืนชอบทานไวน์ควรมาที่ ฮันเตอร์ วัลเลย์ (HUNTER VALLEY) เพราะที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์องุ่น เกรด A ของโลก โดยแหล่งที่นเพาะพันธุ์องุ่นที่มีชื่อเสียงของที่นี่ คือ Pokolbin และ Cessnock โดยถ้าคุณจะมาคุณควรมาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม เพราะเป็นฤดูเก็บองุ่นโดยที่นี่จะห่างจากซิดนีย์มาทางเหนือประมาณ 2 ชั่วโมง สามารถซื้อกับไปกินที่บ้านได้เพราะไวน์ที่นี่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก |
|
| |
|
|
| |
- Sydney Olympic Park |
|
| |
เป็นสนามที่ซิดนีย์ได้เป็นเจ้าภาพในปี ค.ศ. 2000 โดยสนามแห่งนี้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองซิดนีย์ออกไปราวครึ่งชั่วโมง และสนามแห่งนี้จะมีเนื้อที่ 425 เฮกเตอร์ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ถึงจะหมดเทศกาลโอลิมปิกไปแต่ที่นี่ก็ได้รับความนิยมมากเพราะที่นี่ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่มีการแข่งขันโอลิมปิก ถ้าใครมาที่นี่ไม่ต้องกลัวหลงเพราะที่นี่จะมีไกด์ทัวร์ |
|
| |
|
|
| |
- The Rocks |
|
| |
เดอะร็อคส์เป็นชุมชนแห่งแรกของชาวยุโรปที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในออสเตรเลีย ตรงนี้เป็จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ของประเทศเมื่อกองเรืออังกฤษมาขึ้นบกในปี ค.ศ 1788 การเที่ยวเดอะร็อคส์เป็นการเที่ยวแบบตามรอยประวัติศาสตร์ |
|
| |
|
|
| |
- Fox Studios |
|
| |
ฟ็อกสตูดิโอส์เป็นโรงถ่ายภายยนต์ได้เปิดให้คนที่สนใจเบื้องหลังให้เข้าชมการถ่ายทำภาพยนต์ ภาพยนต์บางเรื่องก็ได้ให้ผู้ที่เข้าชมมีส่วนรวมเสมือนอยู่ในฉากนั้น ๆ อีกด้วย เช่นเรื่องซิมป์สัน |
|
| |
|
|
| |
เตรียมตัวก่อนเดินทาง |
|
| |
ออสเตรเลียมีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีการนำเชื้อโรค และศัตรูพืชเข้ามาในประเทศ ทางประเทศออสเตรเลียจึงมีการตรวจตราอย่างเคร่งคัด ที่สนามบินโดยเจ้าหน้าที่แผนกกักกันโรค เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่มีลักษณะเฉพาะตัวของประเทศออสเตรเลีย |
|
| |
|
|
| |
ระบบไฟฟ้า |
|
| |
ระบบไฟฟ้าที่ประเทศออสเตรเลียใช้นั้นอยู่ที่ 230-250 โวลต์ / 50 วงจร เป็นแบบตัวเสียบระบบ AC ที่มี 3 หัว ส่วนหม้อแปลงและอแด็บเตอร์ ดังนั้น หัวแปลงปลั๊กไฟซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั่วไป |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|