คุนหมิง-ลาซา-นั่งรถไฟไปซีหนิง 8 วัน 7 คืน
ศูนย์วิจัยหมีแพนด้า-เหมียนหยาง - ผิงอู่ – อุทยานแห่งชาติหวงหลง - ปากหุบเขาจิ่วจ้ายโกว
อุทยานจิ่วจ้ายโกว(รถประจำทาง)-ชมโชว์ทิเบต - จิ่วจ้ายโกว – ผิงอู่ – เหมียนหยาง
เหมียนหยาง – ชมศาลสามก๊ก – ชมโชว์เปลี่ยนหน้ากาก - ช้อปปิ้งถนนคนเดินซุนชีลู่
ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่ มณฑลเสฉวนดินแดนที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุดของประเทศจีน
อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ท่องเที่ยวได้ตลอดปี
รวมค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และค่าทิปคนขับแล้วจ้า **
|
| |
|
| วันแรก |
กรุงเทพฯ – คุนหมิง – ตำหนักทองจินเตี้ยน |
| 08.00 |
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ( ระหว่างประเทศ ) ชั้น 4 ประตู 9 บริเวณ ISLAND-U ( เคาน์เตอร์ NO. U15 – 21 ) โดยสายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและเอกสารให้กับท่าน |
| 10.05 |
เดินทางสู่เมืองคุนหมิง โดยเที่ยวบินที่ MU 742 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) |
| 12.40 |
ถึงท่าอากาศยานเมืองคุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณะรัฐบาลจีน มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 6 จากทั้งหมด 27 มณฑล มีประชากร 33 ล้านคน โดยเป็นชนกลุ่มน้อยถึง 24 เผ่า ครอบคลุมพื้นที่ถึง 15,561 ตารางกิโลเมตรอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 6,200 ฟุต คุนหมิงได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งฤดูใบไม้ผลิ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีจึงทำให้มีทัศนียภาพสวยงามมากมาย จนได้สมญานามว่า “ นครแห่งฤดูใบไม้ผลิ ” และมีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่กว่า 26 กลุ่ม และสิ่งที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือธรรมชาติและภูมิอากาศที่ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่านชมความงามของ ตำหนักทองจินเตี้ยน ซึ่งสร้างโดยแม่ทัพในสมัยราชวงศ์หมิง อดีตเคยเป็นที่พักของอู๋ซันกุ้ย “ ขุนศึกผู้ขายชาติ ” และนางงามเฉินหยวนหยวน เป็นตำหนักแห่งเดียวที่มีฝาผนังและหลังคาสร้างด้วยทองเหลืองถึง 380 ตัน จึงทำให้ตำหนักมีความสวยเด่น แลดูเสมือนทอง จึงได้ชื่อว่า “ ตำหนักทอง ” จึงนับได้ว่าเป็นตำหนักที่ใหญ่ที่สุดของจีน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ JIN JIANG HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่สอง |
คุนหมิง – ลาซา |
| 07.00 |
เดินทางสู่นครลาซา โดยเที่ยวบินที่ MU 5837 ? (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) |
| 10.35 |
ถึงสนามบินก่งก่า นครลาซาแห่งหลังคาโลกทิเบต นำท่านเดินทางสัมผัสเมืองแห่งหลังคาโลกอย่างแท้จริง ที่นี่ท้องฟ้าสดใส กลางขุนเขาหิมาลัย ทุ่งโล่งกว้างเวิ้งว้าง ธงทิวแห่งมนตราปลิวไสว และนี่คือระดับความสูง 3,650 เมตร (ดอยอินทนนท์สูงเพียง 2,400 เมตร กว่าๆ เท่านั้น) นำท่านเดินทางลัดเลาะ แม่น้ำซังโปอันใสสะอาด สะท้อนภาพองค์พระพุทธรูปบนหน้าผาหินลงท่ามกลางสายน้ำอันเยือกเย็น เข้าสู่ นครลาซา ผ่านทิวทัศน์อันงดงามแปลกตา ผ่านผู้แสวงบุญที่มากับสองเท้า บ้างก็คลานแบบอัฐฎางคประดิษฐ์ บ้างก็นั่งรถมา จุดหมายของชาวทิเบตทุกสายมุ่งหน้าสู่ นครแห่งความศักดิ์สิทธิ์ลาซา |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่โรงแรมที่พัก ซึ่งเราเพิ่งเดินทางจากระดับพื้นน้ำทะเล ที่นี่อากาศเบาบาง ออกซิเจนน้อย เราจึงต้องลดความเร็วในการเคลื่อนไหว บ่ายคือช่วงเวลาปรับตัวขอให้ท่านผ่อนคลายเคลื่อนไหวช้า ห้ามสูบบุหรี่โปรดปฎิบัติอย่างเคร่งครัด สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ GANG GYAN HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่สาม |
พระราชวังโปตาลา – วัดโจคัง - ถนนแปดเหลี่ยม |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่บนยอดเขาแดงซึ่งมี ความสูงประมาณ 117 เมตร พระราชวังโปตาลา เป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องต่าง ๆ เกือบ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รวบรวมทิเบต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ คือ กษัตริย์ชองเซิน กัมโป (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะ สร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีนและชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาทรงใช้ป้อมแห่งนี้เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจวบ จนกระทั่งสมัยเปลี่ยนการปกครอง เป็นพระลามะ เป็นผู้ปกครองประเทศ ปัจจุบันนี้ส่วนก่อสร้างเดิม 2 หลังนี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างใหม่ ที่ต่อเติม ในยุคหลัง อาคารที่ต่อเติมในช่วงหลังนี้ ส่วนหลัก ๆ สร้างในสมัยของดาไล ลามะ ที่ 5 ประมาณ ปี ค.ศ. 1645 - 1693 (องค์ดาไลลามะ องค์ปัจจุบันคือ องค์ที่ 14)เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังโปตาลา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของพระราชวังสีขาว, สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลือง พระราชวังสีขาว เป็นส่วนของสังฆาวาส พระราชวัง สีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์ และบรรจุพระศพของ องค์ดาไลลามะ (ดาไล ลามะองค์ที่ 5,7,8,9,10,11, 12 และ 13) และห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บ พระไตรปิฎก จากนั้นนำท่านเลือกชมเลือกซื้อภาพวาดบนผืนผ้าแบบทิเบต ซึ่งเรียกว่า ทังกา คือภาพวาดแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเขียนบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธองค์ เหมือนจิตรกรรมฝาผนัง ในประเทศไทย แต่เขียนลงบนผ้าแทน ชาวทิเบต ไม่มีพระพุทธรูป แต่จะมีทังก้าเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า เป็นจิตรกรรมที่พิถีพิถันเป็นอย่างมาก หนึ่งภาพอาจต้องใช้เวลากว่าปี ผู้เขียน ต้องเข้าใจในพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ และที่สำคัญสีที่ใช้เขียนเป็นสีธรรมชาติ ที่ต้องสรรหาแร่ธาตุตามเทือกเขาหิมาลัยหาทำสีโดยไม่ใช้สีวิทยาศาสตร์ สีและภาพที่เขียนจะมีความคมชัด สดใส |
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม วัดโจคัง (ภาษาจีนเรียก วัดต้าเจ้าซื่อ (Jokhang Temple) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตทั้งมวล เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน พระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่ สร้างในสมัยของกษัตริย์ซองเซิน กัมโป (อยู่ในปีค.ศ.620-649 ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รวมอาณาจักรทิเบตให้เป็นปึกแผ่น) เช่นกัน เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ ชาติจีน และเนปาล นำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่า ก่อนที่กษัตริย์ซองเซิน กัมโป จะสร้างวัดต้าเจาซื่อ ได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไปบนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้น ปรากฏว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมา ทันใดนั้นเอง นิมิตของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็น จึงนับว่าเป็นนิมิตที่ดี กษัตริย์ ซองเซิน กัมโป ก็เลยสร้างให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่งเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ อาทิเช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์ ยา 2 เม็ด ที่สร้างเมื่อ 200 ปีก่อน บอกวิธีการรักษาโรคฝีดาษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปรากฏว่ารูปปั้นนี้ถูกผู้คนแอบแทะไปกินเพื่อรักษาโรคเสียแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนาง เหวิน เฉิง นำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1300 ปีก่อน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ด หรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย จากนั้นนำท่านออกมาเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบต ที่ถนนฆอร์หรือถนนแปดเหลี่ยม ที่ล้อมรอบวัดโจคัง และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ GANG GYAN HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่สี่ |
ตำหนักนอร์บุหลิงฆา – พิพิธภัณฑ์ทิเบต |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม ตำหนักนอร์บุหลิงฆา อันเป็นพระราชวังฤดูร้อน คู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์บุ หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18(ตรงกับปี พ.ศ. 2298 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก 12 ปี) โดยดาไลลามะที่ 7 สมัยต่อๆ มา ดะไลลามะองค์อื่นๆ ได้สร้างต่อเติมส่วนของตนเองขึ้นมาเรื่อย ๆ แม้แต่ดาไล ลามะ องค์ที่ 14 ก็ยังได้ต่อเติมพระราชวังของตนเองก่อนที่จะหนีออกจากทิเบต ในบริเวณโถงรับรองมีบัลลังก์เทวราช และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประสบการณชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ โดยมีกรอบเป็นภาพเขียนพุทธชาดก จากนั้นนำท่านเลือกชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลายของชาวทิเบต อาทิเช่น จ้างหงฮัว (ยาดอกไม้แดง), ถั่งเฉ่า (ยาดอกไม้หนอน) และยาสำเร็จรูปต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวทิเบต |
เที่ยง
บ่าย |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ทิเบต สถานที่สะสมวัตถุโบราณ และภาพพระบฏสำคัญต่างๆ จากนั้นนำท่านสู่ ร้านหินทิเบต หมายถึง ความเจิดจรัส ความสว่างไสว ความสุกสกาว รุ่งเรือง เป็นหินนำโชค การได้สวมใส่ ซีบีด แม้เพียงเม็ดเดียว ก็เชื่อว่า จะสามารถ คุ้มครอง ผู้ใส่จากเคราะห์ร้ายทั้งมวลได้ ทั้งยังช่วยให้พ้นภัยจากภูตผีปีศาจได้ ช่วยนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่ง ร่ำรวย และสุขภาพดี มาสู่ผู้ที่ได้ครอบครอง อีกด้วย |
ค่ำ
|
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ GANG GYAN HOTEL หรือระดับเดียวกัน
|
| วันที่ห้า |
ลาซา - นั่งรถไฟไปซีหนิง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำเดินทางสู่สถานีรถไฟ ขบวน K918 (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) จากนั้นนำท่านขึ้นรถไฟขบวนท่องเที่ยวสุดหรู (แบบเมืองจีน) |
| 11.20 |
ขบวนรถไฟออกจากสถานี ข้ามสะพานแม่น้ำลาซา และอำลาพระราชวังโปตาลาอันเป็นสัญลักษณ์ของทิเบตและจุดศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทิเบต และวัดเดรปุงที่อยู่เชิงเขา ก่อนลอดอุโมงค์หยังปา จิ่ง ยาว 42.5 กม. |
| เที่ยว |
* * รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟ (แบบกล่อง) * * |
| 13.00 |
รถไฟสู่อำเภอน่าจวี่ ผ่านทุ่งหญ้าเชียงถัง (4,600 เมตร) พื้นที่กว่า 6 แสนตารางกิโลเมตร ดูเหมือนผ้าห่าต๋าสีเขียวผืนปูไว้บนที่ราบสูง รถไฟวิ่งท่ามกลางทะเลดอกหญ้า ฝูงจามรีและแพะ แกะกระจายตามทุ่งดอกหญ้า เหมือนไขมุกที่เคลือบไว้บนพรมไหมสีสันสวยงาม ขอบฟ้าสุดสายตาเป็นภูเขาหิมะติด ๆ กันยึดยาวไปตามเส้นทางรถไฟ นอกนั้นยังมีทะเลสาบเทวดา และน้ำพุร้อนอีกมากมากกระจายอยู่ในทุ่งหญ้า |
| 15.23 |
รถไฟจอดให้ชมวิวในบริเวณ ทะเลสาบนัมซัว (สูงจากระดับน้ำทะเล 4,800 เมตร พื้นน้ำกว้าง 400 ตารางกม.) เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสาละวิน ทะเลสาบตั้งอยู่ในใจกลางทุ่งหญ้าเชียงถัง มักจะมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดวิ่งอยู่บริเวณทะเลสาบ เช่น จามรี ลา ละมั่ง แพะเหลือง เสือดาวหิมะ ไก่หิมะเป็นต้น ดูเหมือนเป็นสวนสัตว์ธรรมชาติ สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมน้ำใสเขียว ภาพที่เห็นจะเสมือนเห็นนกบินอยู่ในน้ำ ปลาว่ายน้ำอยู่บนเมฆ เดือนกันยายนและตุลาคม หญ้าในริมน้ำสีแดงไปหมด ตัดกับสีน้ำเงินของน้ำ และสีขาวของหิมะบนยอดเขาริมทะเลสาบซึ่งยอดเขามีความสูงถึง 7,000 เมตร จุดชมวิว(ยาว 500 ม.) ของทะเลสาบห่างจากสถานีรถไฟ 20 เมตร หลังถ่ายรูปเดินทางต่อจะได้เห็นเทือกเขาเขียวชะอุ่ม ยาวเกือบ 400 กม. เป็นกำแพงเขียวเพื่อป้อนกันพายุทรายในช่วงหน้าหนาว |
| 16.28 |
ผ่าน เขาถังกู่ระ อันยิ่งใหญ่มโหฬาร ชม กาเซียร์เจียงเกินตี๋หรู อยู่บนเขาเก๋อราตันตุง ยาว 14 กม. กว้าง 2 กม.) ในช่องเขาถังกู่ระ กาเซียร์สายนี้เป็นธารน้ำแข็งใหญ่สุดของเอเชีย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำแยงซีเกียงโดยแท้ น้ำแข็งบนกาเซียร์ละลายไหลเข้าแม่น้ำโถโถ ช่องเขาแห่งนี้เป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างทิเบตกับมณฑลชิงไห่ พื้นที่เขตนี้เป็นดินน้ำแข็งตลาดทั้งปี แต่อากาศก็มักจะเปลี่ยนแปลง แม้ในหน้าร้อนก็ยังมีพายุหิมะ ลูกเห็บ น้ำค้างแข็ง เนื่องจากเป็นจุดสูงสุดที่มีทางรถไฟผ่าน(ของโลก) อากาศที่มีอยู่น้อยกว่า 40% หากเทียบกับที่ราบต่ำ ผู้โดยสารมักจะมีอาการเกิดขึ้นเมื่อรถไฟผ่านที่นี่ (แต่ท่านผ่านการปรับตัวมาแล้ว อาการก็จะน้อยลง) ยอดเขาถังกู่ระมีหิมะตลอดทั้งปี มีธารน้ำแข็งหลายสิบสายไหลลงมาจากยอดเขา มองใกล้เป็นภูเขา ชมไกลเป็นธารน้ำ รถไฟชะลอเพื่อให้ท่านชมวิวช่องเขาถังกู่ระ (สูงจากระดับน้ำทะเล 5,072 เมตร) |
| 17.50 |
ผ่าน แม่น้ำโทงเทียน (4,500 เมตร) ซี่งเป็นแม่น้ำลือชื่อสุดในเรื่องไซอิ๋ว พระถังซำจั๋งเดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกจากประเทศอินเดียผ่านที่นี่ พระไตรปิฎกโดนปลายักษ์กินหมด หลังจากได้คืนกลับมาแล้วโดยได้ความช่วยเหลือจากเจ้าแม่กวนอิม ต้องตากแห้งในสองฝั่งของแม่น้ำสายนี้ เป็นแม่น้ำสายแรกตอนบนแยงซีเกียง รถไฟลงถึงจุดต่ำสุดในระหว่างทางเขาถังกู่ระและเขาคุนลุ้น ผ่านแม่น้ำโถโถ ซึ่งเป็นแม่น้ำตอนบนของแยงซีเกียง ยาว 346 กม. สูงจากระดับน้ำทะเล 4,533 เมตร มองออกจากหน้าต่างในสถานีรถไฟ เห็นเขาหิมะหลายลูกตั้งอยู่ เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำทรายทอง หรือแม่น้ำแยงซีเกียง ยอดที่สูงสุดเป็นเขาเก๋อลาตันตง |
| 20.10 |
ลอด อุโมงค์ลมไฟ เป็นอุโมงค์ที่มีระดับน้ำทะเลสูงสุดของโลก (5,010 เมตร) ยาว 1,338 เมตร พื้นดินของอุโมงค์ 80% เป็นดินน้ำแข็ง เป็นอุโมงค์ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยโดยใช้เวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้น ตอนที่สร้างอุโมงค์ได้ติดตั้งเครื่องแอร์และฮิตเตอร์เพื่อให้อุณหภูมิคงที่ไว้อยู่ใน -5 ถึง 5 องศา และยังมีเครื่องผลิตออกซิเจนสามเครื่อง ซึ่งผลิตออกซิเจน 5 พันตันต่อวัน มีนักวิชาการทั้งหมดสามรุ่นได้เก็บข้อมูล ณ ที่นี่นานถึง 73 ปี เพื่อเป็นข้อมูลศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างทางรถไฟเข้าสู่เมืองลาซา |
| 20.50 |
รถไฟวิ่งผ่าน สวนอนุรักษ์สัตย์เขอ เขอ ซี ลี่ เป็นสวนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่กว้างสุด มีระดับน้ำทะเลสูงสุด และมีสัตว์มากที่สุดของจีน มีเนื้อที่ 8.3 ตารางกิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 5,000 เมตรขึ้นไป อากาศหนาวตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี -4 องศา หนาวสุด -40 องศา มีลมพัดแรงตลอดปี อากาศหนาวรุนแรงทำให้เป็นเขตที่ไม่มีผู้คนพักอยู่อาศัย จึงเปรียบเสมือนเป็น ขั้วโลกแห่งที่สาม ของมนุษย์ แต่กลับกลายเป็นสวนสนุกของสัตว์ชนิดต่าง ๆ มากถึงกว่า 230 ชนิด (ชาวทิเบตถือเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของจามรีป่า ลาป่า และละมั่งป่า) เพื่อไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยของสัตว์ จึงจำเป็นต้องสร้างสะพานลอยขึ้นข้างบนให้รถไฟวิ่ง ส่วนข้างล่างเป็นช่องวิ่งของสัตว์ท้องถิ่น อยู่ใต้สะพานเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ดูเหมือนไร้ขอบเขต ข้ามสะพานชิง สุย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำฉู่ หม่า เออร์ เป็นสะพานยาวสุดของทางรถไฟสายยิ่งใหญ่แห่งนี้ บนรถไฟท่านสามารถมองเห็นสัตว์เหล่า นี้กำลังวิ่งเล่นอยู่สองข้างทาง ชมวิวธรรมชาติบนธารน้ำแข็ง มีหน่อไม้น้ำแข็ง สะพานน้ำแข็ง สระน้ำแข็ง กำแพงเมืองน้ำแข็ง ประตูน้ำแข็ง เห็ดหอมน้ำแข็งเป็นต้น ข้ามแม่น้ำฉู่หม่า เอ๋อร์ (ต้นเกิดแยงซีเกียงอีกที่หนึ่ง) ระยะทางของสะพานนี้รวมแล้วยาวถึง 156.7 กม.
* * รับประทานอาหารค่ำบนรถไฟ (แบบกล่อง) * * |
| 22.15 |
ขบวนรถไฟลอดอุโมงค์เขาคุนลุ้น (ใช้เวลา 2 นาที) มีความยาว 1,686 เมตร สูงจากระดับน้ำทะเล 4,648 เมตร ช่วงหนาวสุดอุณหภูมิติดลบ 30 องศา เป็นอุโมงค์ที่ยาวสุดในเขตดินน้ำแข็งของโลก จากนั้นขบวนรถเลาะเลียบเขาเทวดาคุนลุ้น ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังภูเขาทั้งหลาย ของประเทศจีน เป็นภูเขาเทวดาแห่งแรกของจีน ยาว 2,500 กม. กว้าง 130-200 กม. มีความสูงเฉลี่ย 5,600 เมตร ยอดเขาคุนล้นสูงสุด 7,719 เมตรจากระดับน้ำทะเล เชื่อกันว่าเป็นบรรพบุรุษของภูเขาหมื่น ๆ ลูก ในนิทานโบราณจีนมักจะเรียกว่าเป็นชีพจรมังกร เป็นต้นกำหนดของศาสนาลัทธิเต๋า ลูกหลานมังกรคือ ชาวจีน และเป็นแหล่งกำเนิดความศรีวิไลซ์ของประเทศจีนเมื่อ 5,000 ปีมาแล้ว ข้ามช่องเขาคุนลุ้น (4,767 เมตร) ท่านจะมองเห็น ภูเขาหิมะยู่ ซู ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขาคุนลุ้น (ด้านซ้ายมือของรถไฟ) ยอดเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ตั้งสำนักคุนลุ้น สูงจากระดับน้ำทะเล 4,500 เมตร มีตำนานกล่าวว่าภูเขาหิมะนั้นเป็นการแปลงกายของน้องสาวของหงักเซียนฮ่องเต้ บนเขาเต็มไปด้วยวัดวาอารามท่ามกลางดอกหญ้า ผ่านสถานนีเขาหิมะ ยู่ ซู (สูง 4,100 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) ด้านขวามือของรถไฟเป็น เขาหิมะยู่ ซู และเขาคุนลุ้น (สูงจากระดับน้ำทะเล 6,178 เมตร) แม้เดือนกรกฎาคม (หน้าร้อนสุดของจีน) ก็ยังมองเห็นปรากฏการณ์หลากหลาย แสงแดดส่องหิมะและธารน้ำแข็งที่อยู่บนเขา เกิดเป็นลำธารและแม่น้ำ เป็นต้นกำเนิดของ น้ำพุคุนลุ้น และแม่น้ำ เก๋อเอ๋อร์มู่ นอกจากยอดเขาสองลูกนี้แล้ว ภูเขาสูง 5,000 เมตรขึ้นไปยังมีอีกยอดเขาอีก 13 ยอดเรียงแถวติด ๆ กันจากตะวันออกไปตะวันตก ดูเหมือนมังกรหยกกำลังเหาะลงมาจากสวรรค์ อยู่บนยอดเขาแต่ละลูกเต็มไปด้วยหิมะและธารน้ำแข็งตลอดทั้งปี ทำให้หิมะหน้าร้อนของเขาคุนล้นมีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก |
| ค่ำ |
พักผ่อนบนรถไฟ (พักตู้นอน ห้องละ 4 คน * **บนรถไฟไม่มีห้องพักเดี่ยว)
บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ |
| วันที่หก |
ซีหนิง – อารามถาเอ่อร์ซื่อ – หลันโจว - คุนหมิง |
| |
* * รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ (แบบกล่อง) * * รถไฟผ่านเมืองเก๋อเอร์มู่ ผ่านทะเลสาบชิงไห่ เป็นทะเลสาบน้ำเค็ม ที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีพื้นที่ 4,583 ต.กม. ลึก 19 เมตร(ระดับน้ำทะเล 3196 เมตร) ดูเหมือนมหาสมุทรที่ตั้งไว้บนที่ราบสูงหลังคาโลก เป็นทะเลสาบสวยงาม น่าทึ่งหาชมได้ยาก รอบ ๆ ทะเลสาบออบล้อมด้วยภูเขาหิมะและทุ่ง ดอกหญ้าอันกว้างใหญ่ ทุ่งมัสตาร์ดสีเหลือง และทุ่งข้าวสาลี ท่านสามารถ มองเห็นฝูงแพะดั่งเมฆสีขาวลอยอยู่บนทะเลดอกไม้ จินตนาการได้ดั่งบทกวี และภาพวาดของจิตรกรเอก ให้ความรู้สึกสงบ สบายและลืมเรื่องอันวุ่นวายทั้งหลาย ผ่าน เขาพระจันทรา ซึ่งเป็น ประตูสู่หลังคาโลกด้าน ตะวันออกเฉียงเหนือ สมัยราชวงค์ถัง เจ้าหญิงเหวินเฉินเดินทางสู่ทิเบตเพื่อแต่งงาน กับกษัตริย์ซองเซินกัมโป กษัตริย์ทิเบต เคยยืนบนยอดเขา หันหลังทอดสายตา ชมความงามของประเทศตัวเอง หลังจาก นั้นฮั่นกับชาวทิเบต ได้ติดต่อหาสู่กันในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองได้มาก ขึ้นเรื่อยๆ ชมทิวทัศน์อันงดงามสองข้างทางรถไฟ ซึ่งเต็มไป ด้วยทุ่งมัสตาร์ด ยาวกว่า 100 กม. รถวิ่งอยู่ท่ามกลาง ทะเลดอกไม้ บางทีเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างขวางสุดขอบฟ้า จนมองไม่เห็นที่สิ้นสุด ผ่านหน้า วัดถ่าเอ๋อร์ สร้างขึ้นในปี 1560 เป็นวัดที่ใหญ่สุด 1 ใน 6 ของศาสนาลามะนิกาย หมวกเหลือง เป็นบ้านเกิด ของชอง ฆาปา ผู้ก่อตั้งของนิกายหมวกเหลือง อาจารย์ท่านดาไลลามะและปันเชนลามะ |
| 11.44 |
ถึงเมืองซีหนิง เมืองหลวงมณฑลชิงไห่ ที่มีขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงทิเบตที่มีความสูงเฉลี่ยกว่า 3,000 เมตร มีประชากรเบาบางเพียงประมาณ 5 ล้านคน มีภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง เสน่ห์ของชิงไห่คือความรกร้างห่างไกลและความเป็นอยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน นำท่านสู่ภัตตาคาร |
| บ่าย |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม อารามถาเอ่อร์ซื่อ อารามแบบทิเบตที่สร้างทับสถานที่เกิดของพระสังกัปปะ พระผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองขึ้นในทิเบต วัดนี้เคยถูกทำลายในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแต่ใน ภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1980 นำชมหอประติมากรรมเนยจามรี ที่แกะสลักเป็นภาพชาดกและตำนานปรัมปราของชาวทิเบต จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหลันโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมอันลือชื่อ เป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยง มีพื้นที่ 390,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน ตอนบนมีเขตแดนติดต่อกับมองโกเลียในและมองโกเลียนอก |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร |
| 19.00 |
เดินทางกลับสู่เมืองคุนหมิง โดยเที่ยวบินที่ MU 2289 |
| 21.10 |
ถึงท่าอากาศยานเมืองคุนหมิง เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสาธารณะรัฐบาลจีน
พักที่ JIN JIANG HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่เจ็ด |
เมืองโบราณกวนตู้ - ช้อปปิ้ง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชม เมืองโบราณกวนตู้ ให้ท่านได้เพลิดเพลินชมสวนอุทยาน และในฤดูหนาวจะมีฝูงนกนางนวลบินมาอยู่ที่อุทยานนี้ จากนั้นนำท่านชม ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์โบราณตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การส่งเสริมการใช้สมุนไพรจีนที่มีมานานนับพันปี พร้อมรับฟังการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ให้ท่านได้ชมการสาธิตการนวดเท้า ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายความเคลียด และบำรุงการไหลเวียนของโลหิตด้วยวิธีธรรมชาติ |
เที่ยง
บ่าย |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านแวะชมโรงงานผลิตผ้าไหมอันลือชื่อของจีน วิธีการนำเส้นไหมออกมาผลิตเป็นสินค้าทั้งใช้เครื่องจักร และแรงงานคน ชมการดึงใยไหมรังแฝด (แปลก แต่จริง) เพื่อมาทำไส้นวมผ้าห่มไหม ซึ่งเหมาะกับการซื้อเป็นทั้งของฝากและใช้เอง จากนั้นนำท่านไปสู่แหล่งรวมสินค้ามากมาย หรือเรียกว่าโบ๊เบ๊แห่งเมืองคุนหมิง ช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าต่างๆ เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ฯลฯ รวมไปถึงสินค้าของพี่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ JIN JIANG HOTEL หรือระดับเดียวกัน |
| วันที่แปด |
คุนหมิง – กรุงเทพฯ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า (อาหารชุด) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานเมืองคุนหมิง |
| 08.10 |
บินลัดฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ MU 741 |
| 09.05 |
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ.............. |
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
| อัตราค่าบริการดังกล่าวรวม |
- ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นทัศนาจร ไป-กลับ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
- ค่าวีซ่าตามที่กำหนดไว้ในรายการ
- ค่าโรงแรมระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน) , อาหารและเครื่องดื่มทุกมื้อ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
- ค่ายานพาหนะ และค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
- น้ำหนักสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม ,ค่าประกันวินาศภัยเครื่องบินตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบินที่มีการเรียกเก็บ
- ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ท่านละไม่เกิน 1,000,000 บาท (ค่ารักษาพยาบาล 500,000 บาท) ทั้งนี้ย่อมอยู่ในข้อจำกัดที่มีการตกลงไว้กับบริษัทประกันชีวิต |
| |
| อัตรานี้ไม่รวม |
- ค่าหนังสือเดินทาง และเอกสารต่างด้าวต่างๆ
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่นอกเหนือจากรายการระบุ อาทิเช่น เครื่องดื่ม ค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด ฯลฯ
- ค่าภาษีทุกรายการคิดจากยอดบริการ, ค่าภาษีเดินทาง (ถ้ามีการเรียกเก็บ)
- ค่าทิปไกด์ วันละ 10 หยวนต่อคน ต่อวัน และ คนขับรถ วันละ 10 หยวนต่อคน ต่อวัน แปลว่า เดินทางทั้งหมด 8 วัน จ่ายไกด์ 80 หยวน คนขับ 80 หยวน
- ค่า VAT 7 % หักภาษี ณ ที่จ่าย 3 %
|
| |
| การสำรองที่นั่ง |
1. ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 5,000 บาท หรือทั้งหมด ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 15 วัน
2. เนื่องจากราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินต้องเดินทางตามวันที่ ที่ระบุบนหน้าตั๋วเท่านั้น จึงไม่สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทางใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ากรณียกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน ทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับท่าน
3. คณะทัวร์ครบ 15 ท่านออกเดินทาง มีหัวหน้าทัวร์ไทยเดินทางไป-กลับ พร้อมกับคณะ
4. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น และทางบริษัทจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากท่านเป็นจำนวนเงิน 200 หยวน / คน / วัน
5. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น |
| |
| การยกเลิก |
1. สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางไทย และทางบริษัทฯเป็นผู้ยื่นวีซ่าให้ เมื่อผลวีซ่าผ่านแล้วมีการยกเลิกการเดินทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด
2. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
3. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 15 วันขึ้นไป เก็บค่าใช้จ่าย ท่านละ 5,000 บาท
4. ยกเลิกก่อนการเดินทาง 7-14 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50% ของราคาทัวร์
5. ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 1-6 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% ของราคาทัวร์
6. ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาล ที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบิน หรือค่ามัดจำที่พักโดยตรงหรือโดยการผ่านตัวแทนในประเทศหรือต่างประเทศและไม่อาจขอคืนเงินได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น Extra Flight และ Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำ หรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ |
| |
| เงื่อนไขการให้บริการ |
1. ในการจองครั้งแรก มัดจำท่านละ 5,000 บาท หรือทั้งหมด ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 15 วัน
2. เนื่องจากราคานี้เป็นราคาโปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินต้องเดินทางตามวันที่ ที่ระบุบนหน้าตั๋วเท่านั้น จึงไม่สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทางใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ากรณียกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงการเดินทาง ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงิน ทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับท่าน
3. คณะทัวร์ครบ 15 ท่านออกเดินทาง มีหัวหน้าทัวร์ไทยเดินทางไป-กลับ พร้อมกับคณะ
4. เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว ท่านงดการใช้บริการรายการใดรายการหนึ่ง หรือไม่เดินทางพร้อมคณะถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการ และเงินมัดจำคืน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น และทางบริษัทจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากท่านเป็นจำนวนเงิน 200 หยวน / คน / วัน
5. กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งที่กรุงเทพฯ และในต่างประเทศปฏิเสธมิให้เดินทางออก หรือเข้าประเทศที่ระบุในรายการเดินทาง บริษัทฯ ของสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าบริการไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น |
| |
| เอกสารในการทำวีซ่าจีนสำหรับหนังสือเดินทาง |
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
2. หนังสือเดินทางต้องมีหน้าว่าง สำหรับประทับตราวีซ่าและตราเข้า-ออก อย่างน้อย 2 หน้าเต็ม
3. รูปถ่ายหน้าตรง รูปสี 2 นิ้ว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน 2 ใบ มีพื้นหลังสีฟ้าเท่านั้น และต้องไม่ใช่สติ๊กเกอร์ หรือ รูปพริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์ ( รูปใหม่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน อัดด้วยกระดาษสีโกดักและฟูจิ เท่านั้น )
4. กรณีหนังสือเดินทางคนต่างชาติ
- 1. หนังสือเดินทางของคนต่างชาติ จ่ายเพิ่ม 100 บาท ( ยกเว้น ไต้หวัน / อเมริกัน ) เอกสารพาสปอร์ต +
รูปถ่าย 2 ใบ + ที่อยู่+ใบอนุญาตการทำงาน (ถ้ามี)
- 2. หนังสือเดินทางคนไต้หวัน ( ต้องกรอกเอกสารเป็นภาษาจีน รายละเอียดที่อยู่ ใบอนุญาตการทำงาน)
- 3. หนังสือเดินทางของคนอเมริกัน จ่ายเพิ่ม 3,400 บาท
สถานฑูตจีนอาจปฏิเสธไม่รับทำวีซ่าให้ พาสปอร์ตของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้
1. ชื่อเป็นชาย แต่ส่งรูปถ่ายที่ดูเป็นหญิง เช่น ไว้ผมยาว หรือแต่งหน้าทาปาก
2. นำรูปถ่ายเก่า ที่ถ่ายไว้เกินกว่า 6 เดือนมาใช้
3. นำรูปถ่ายที่มีวิวด้านหลัง ที่ถ่ายเล่น หรือรูปยืนเอียงข้าง มาตัดใช้เพื่อยื่นทำวีซ่า
4. นำรูปถ่ายที่เป็นกระดาษถ่ายสติคเกอร์ หรือรูปที่พริ้นซ์จากคอมพิวเตอร์
อัตราค่าวีซ่าด่วน ที่ต้องจ่ายเพิ่มให้สถานฑูตจีน เมื่อท่านส่งหนังสือเดินทางล่าช้า
• ยื่นวีซ่าด่วน 1 วัน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 1,200 บาท
• ยื่นวีซ่าด่วน 2-3 วัน เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 800 บาท |
| |
| |
| |