| ท้วร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด - ไต้หวัน 7 วัน (CI+GE)
- Shabuและขาปูยักษ์ฮอกไกโดรวมทั้งวิสกี้ ไวน์ สาเก ไวน์แดง โซจูและเครื่องดื่มอื่นๆที่มีให้เติมอย่างไม่อั้น
-ขึ้นกระเช้าชม Night View ของเมืองฮาโกะดาเตะ
-บุฟเฟ่ต์ก่อนอาบน้ำแร่ พร้อม อาหารมากมายหลายชนิด เช่น สเต๊ก ซาซิมิ กุ้งหวานที่มีให้ทานอย่างไม่จำกัด และข้าวไคเซ็นด้ง ที่เลือกใส่อาหารทะเลได้อย่างตามใจชอบ
- ชิมชาและกาแฟที่คลองโอตารุ และของที่ระลึกจากร้านกาแฟซิลเวอร์เบลล์ “แก้วกาแฟ Hello Kitty”
- นั่งรถไฟ JR Rial Pass ชมเสน่ห์ของสองฝั่งเมือง ในช่วงที่มีหิมะของฮอกไกโด จะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมของทุกปี เทศกาลต่างๆ จึงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล
|
| |
|
| วันแรก |
กรุงเทพฯ – ไทเป – ตึกไทเป 101 (ไม่รวมค่าขึ้นตึก) - ซีเหมินติง |
| 09.00 |
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 (ประตูที่ 8) เคาท์เตอร์ S สายการบิน ไชน่า แอร์ไลน์ |
| 11.25 |
เหิรฟ้าสู่ กรุงไทเป โดยสายการบิน ไชน่า แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CI834 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน) |
| 15.55 |
ถึง ท่าอากาศยานเจียงไคเช็ค เมืองเถาหยวน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ ตึกไทเป 101 ตึกระฟ้า แห่งนี้มีความสูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 508 เมตร สร้างขึ้นโดยหลัก วิศวกรรมชั้นเยี่ยมสามารถทนทานต่อการสั่นสะเทื่อนของแผ่นดินไหวและการป้องกันวินาศกรรมทางอากาศ และยังมีลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วต่อนาทีอยู่ที่ 1,010 เมตร อิสระท่านช้อปปิ้งแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย ที่สุดแห่งหนึ่งของไทเปบริเวณตึก 101 ช้อปปิ้งสินค้าแบรนเนมชั้นนำ ราคาถูกกว่าเมืองไทยประมาณ 20 % |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร นำท่านสู่ย่านช้อปปิ้งซิเหมินติง (สยามสแคว์แห่งไทเป) แหล่งรวมเทรนวัยรุ่นใหม่ๆ อิสระทุกท่านสนุกกับการ ช้อปปิ้งสินค้านานาชนิดให้เลือกมากมาย
พักที่ ORCHARD PARK 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า |
| วันที่สอง |
ไทเป – สนามบินอาซาฮิคาว่า – หมู่บ้านราเมง – พิพิธภัณฑ์เหล้าสาเกโอโตโกยาม่า – ทุยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง (น้ำตกกิงกะ – น้ำตกริวเซย์) - อาบน้ำแร่โซอุนเคียว |
| 05.00 |
เตรียมตัวเดินทางสู่ญี่ปุ่น โดยสายการบิน TRANSASIA AIRWAYS |
| 07.00 |
เหิรฟ้าสู่ สนามบินอาซาฮิคาว่า เกาะฮอกไกโด โดยเที่ยวบิน GE6752 |
| 11.30 |
เดินทางถึง สนามบินอาซาฮิคาว่า หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เดินทางสู่ หมู่บ้านราเมง ซึ่งเป็นศูนย์รวมร้านราเม็งที่ติดอันดับแห่งหนึ่งของเมืองอาซะฮีกาว่า และของเกาะฮอกไกโด ท่านจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทำราเม็งในแบบต่างๆที่ท่านไม่เคยได้ชิมที่ไหนมาก่อน ... ให้ท่านได้เลือกร้านเด็ดตามสไตล์ของท่านเองรับประกันความอร่อยแน่นอน โดยเฉพาะราเม็งชีสรสชาติอร่อยติดอันดับ 1 ใน 3 ของเกาะฮอกไกโด |
| เที่ยง |
บริการอาหารกลางวัน ณ หมู่บ้านราเมง
นำท่านชม พิพิธภัณฑ์เหล้าสาเกโอโตโกยาม่า ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 340 ปี และเป็นแบรนด์ของสาเกที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮอกไกโด ภายในจัดแสดงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและวัฒนธรรมของการทำสาเก หนึ่งในอุตสาหกรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ..ท่านสามารถลิ้มรสชาติของสาเกสูตรดั้งเดิมอันมีชื่อเสียง บริเวณรอบนอกจะเป็นบรรยากาศของสวนดอกไม้ต่างๆที่บานตามฤดูกาลคอยอวดโฉมความให้ท่านได้ชื่นชม เดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติไดเซ็ทสึซัง อุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในพื้นที่ตอนกลางของเกาะฮอกไกโด อุดมไปด้วย ขุนเขา แมกไม้และน้ำตกตามธรรมชาติมากมาย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 2,309 ตารางกิโลเมตร ให้ท่านได้ ชมความสวยงามของ น้ำตกกิงกะ หรือน้ำตกแม่น้ำสีเงิน ที่จะไหลไขว้ไปมาคล้ายเส้นไหมสีเงิน และ น้ำตกริวเซย์ หรือน้ำตกดาวตก ที่ไหลออกมาจากซอกหน้าผา ทำให้ดูคล้ายดาวตกจากท้องฟ้า ด้วยเหตุนี้ทำให้ที่ แห่งนี้กลายเป็นที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงของชาวญี่ปุ่นอีกด้วย |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์)
พักที่ SOUNKO KANKO HOTEL หรือเทียบเท่า
บ่อน้ำแร่โซอุนเคียว (SounkyoOnsen) นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งของเมืองอาซาฮิกาวาและไม่ไกลจากอุทยานไดเซทสึซัง ซึ่งนอกจะเป็นแหล่งน้ำแร่คุณภาพแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอดจนที่พัก เป็นจำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการในรูปแบบของรีสอร์ตขนาดย่อมอบอวลด้วยบรรยากาศแบบบ้านน้อยในหุบเขาอันเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนและผ่อนคลายด้วยน้ำแร่ร้อนแสนรื่นรมย์ทั้งยังสามารถดื่มด่ำธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกสายเล็กๆแต่มีความสวยงามไม่เป็นสองรองใคร |
| วันที่สาม |
โทมิโตะฟาร์ม – ศูนย์การท่องเที่ยว 4 ฤดู Shiki-no-jouhouka – สถานีบิเอะ – Biei Patchwork Road (หุบเขาหลากสี 4 ฤดู) – Takushikan-Shinzo-Maeda Museum – ทำเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด – หอนาฬิกา (โทไคได) – ซับโปโร – อิสระช้อปปิ้งที่ย่านทานูกิโคจิหรือซูซูกิโน่ (ตรอกราเมง) |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้า ชมทุ่งดอกไม้หลากสีที่ฟาร์มโทมิตะ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับดอกไม้นานาชนิดหลากสีสัน และเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดทำมาจากดอกลาเวนเดอร์ อิสระทุกท่านเพลิดเพลินกับการเก็บภาพความประทับใจกับ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์บานอร่ามตา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ศูนย์การท่องเที่ยว 4 ฤดู ที่นอกจากให้ข้อมูลที่น่าสนใจและกิจกรรมต่างๆ ของเมืองบิเอะแล้ว ยังมีแนวภูเขา 4 ฤดูเป็นภาพสามมิติ ที่มีความสูง 180 เมตร มีข้อมูลต่างๆ รวมไปถึงของฝากของเมืองบิเอะ เดินทางสู่ สถานีบิเอะ สถานีรถไฟที่มีความเป็นที่นิยมที่สุดในฮอกไกโด สถานีถูกสร้างด้วยหินอ่อน ให้ท่านได้เก็บภาพความประทับใจและช้อปปิ้งตามอัธยาศัยภายในสถานี นำท่านเดินทางสู่ หุบเขาหลากสี 4 ฤดู สถานที่แห่งนี้เป็นฟาร์มเอกชนฮานาดะมีพื้นที่ทั้งหมด 7 เฮคแทร์ เขตทัศนียภาพทั้งหมดนั้นตั้งอยู่ที่เมืองบิเอะ เมื่อมองไปข้างหน้าจะเห็นทัศนียภาพของธรรมชาติอันสวยงามของภูเขาอาซาฮีและภูเขาโทคาชิที่เชื่อมต่อกัน ทางหลวงของแผ่นดินหมายเลข 237 ที่เชื่อมจากสนามบินอาซาฮิกาว่าไปจนถึงเมืองฟูราโน่ และไปจนถึงเขตโรงเรียนบิบาอูชิที่เป็นที่รู้จักกันนั้นระหว่างทางจะมีบ้านสามเหลี่ยมหลังหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ภายในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่นี่ไม่เพียงขายผลิตผลทางการเกษตรและหัตถกรรมพื้นเมืองเท่านั้น ยังมีสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามมากเหมาะแก่การถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอย่างยิ่ง ชม พิพิธภัณฑ์ทาคุชินคัง ซึ่งเป็นที่รวบรวมภาพถ่ายสวยๆ ของเมืองบิเอะไว้ทุกฤดู ซึ่งเป็นผลงานการถ่ายภาพของ คุณมาเอดะ ชินโซ |
เที่ยง
บ่าย |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพิเศษ บุฟเฟ่ต์ฟุราโน่)
ผ่านชม ทําเนียบรัฐบาลเก่าฮอกไกโด (Farmer Hokkaido Governing Office Buiding) ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อิฐสีแดง เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2416 เป็นอาคารสไตล์นีโอบาร็อคอเมริกาทีเลียนแบบมาจากอาคารทําเนียบรัฐบาลแห่งรัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ใช้อิฐมากกว่า2.5 ล้านก้อนเป็นอิฐที่ทํามาจากหมู่บ้านซิโรอิชิและโทโยชิร่า (Shiroishi&Toyohira) อดีตใช้เป็นที่ทําการรัฐบาลฮอกไกโดตั้งแต่ปี พ.ศ.2429 มิจิโตชิ อิวามูระ (Michitoshi Iwamura) ผู้ว่าราชการคนแรกของฮออกไกโด ตึกนี้ผ่านการใช้งานมายาวนานกว่า 80 ปีและได้ย้ายไปที่ทําการหลังใหม่เป็นตึกใหม่ทันสมัยสูง 10 ชั้นตั้งอยู่ทางด้านหลังตึกเก่า แต่ความงดงามที่เห็นนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมใหม่หลังจากถูกไฟไหม้เมื่อปี พ.ศ. 2454 แต่ด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่หลงเหลืออยู่ไม่กี่แห่ง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมสําคัญของชาติเมื่อปี พ.ศ. 2512 ภายในจัดแสดงห้องทํางานสมัยที่ผู้ว่าการเมืองอยู่และมีจัดนิทรรศการแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวความเป็นมาของเมืองซัปโปโรและเกาะฮอกไกโด จากนั้นนําท่านถ่ายรูปที่ระลึกกับ และผ่านชม หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower ) ตั้งอยู่ถัดจากตึกทําเนียบรัฐบาลเก่าของฮอกไกโดลงมาแล้วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก จะเห็นหอนาฬิกาซัปโปโรตั้งอยู่ในพื้นที่แคบๆ ท่ามกลางกลุ่มตึกสูงสมัยใหม่ เป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่มากและเป็นอีกสัญลักษณ์ที่สําคัญของเมืองซัปโปโรอีกแห่งหนึ่ง สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2421 เดิมทีเป็นโรงฝึกงานของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด แต่งได้ปรับเปลี่ยนสร้างเป็นหอนาฬิกาและมีระฆังตีบอกเวลาตั้งแต่ พ.ศ.2424 จนถึงปัจจุบันก็ยังสามารถบอกเวลาได้อยู่ และด้วยความเก่าแก่ที่อยู่คู่กับเมืองซัปโปโรมานานจึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สําคัญอีกแห่งหนึ่งของ ญี่ปุ่นตัวอาคารสร้างด้วยไม้ทาสีขาว ภายในหอนาฬิกาจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของหอนาฬิการวมถึงเรื่องราวของนาฬิกาที่เคยใช้บอกเวลารุ่นเดียวกับนาฬิกาที่ อยู่บนหอคอยให้ชม นับเป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษ!!!! สุกี้สไตล์ญี่ปุ่น เมนูขาปูยักษ์ฮอกไกโด วิสกี้ เบียร์ ไวน์ สาเก โซจู และเครื่องดื่มอื่นๆที่มีให้เติมอย่างไม่อั้น
นำท่านสู่ถนนทานุกิโคจิ หรือ ย่านซูซูกิโนะ (ตรอกราเมน) ณ เมืองซัปโปโร (อันใดอันหนึ่ง) ซึ่งถ้าไปถนนทานุกิโคจิ เป็นถนนที่มีประวัติยาวนานถึง 123 ปี ถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้ามากมายให้เลือกสรรและเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่สมัยเมจิ ซึ่งมีร้านขายสินค้ามากมายตามสองข้างทาง เช่น ร้านผลไม้ ร้านขายอาหารเครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเสื้อผ้า เป็นต้น หรือถ้าท่านเดินไปสู่ ย่านซูซูกิโนะ ซึ่งเป็นย่านไนท์ไลฟ์ของชาวเมืองซัปโปโร ซึ่งเป็นที่รวบรวมร้านช้อปปิ้ง ห้างสรรพสินค้า ร้านกินดื่ม ร้านอาหาร และร้านขายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคและอื่นๆ อีกมากมาย และนอกเหนือจากนี้ ยังมี ตรอกราเมน ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมร้านราเมนชื่อดังที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นราเมนที่อร่อยที่สุดในเกาะฮอกไกโด
พักที่ KEIO PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า |
| วันที่สี่ |
ซัปโปโร – Duty Free – คลองโอตารุ – โรงเป่าแก้วคิตะอิชิ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – นาฬิกาไอน้ำ ร้านกาแฟ Silver Bell – สวนฟูกิดาชิ – หุบเขานรก จิโกคุดานิ - อาบน้ำแร่โนโบริเป็ทสึ |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม เครื่องประดับคุณภาพดีที่ร้านดิวตี้ฟรี นำท่านเดินทางสู่ คลองโอตารุ สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่ได้รับความนิยมถ่ายภาพคู่เป็นที่ระลึกเป็นอันดับต้นของเมือง มีฉากหลังเป็นหลังคาอาคารก่ออิฐแดง โดยคลองโอตารุสร้างเสร็จในปี 1923 เป็นคลองที่เกิดจากการถมทะเล ใช้เป็นเส้นทางขนถ่าย สินค้าจากเรือใหญ่ ลงสู่เรือขนถ่าย แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวงสาย 17 ส่วนที่เหลือไว้ครึ่งหนึ่งก็ได้ทำการปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทั้งยังปรับปรุงทางเดินเลียบคลองด้วยอิฐสีแดง เพื่อให้สามารถเดินเล่นได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งในช่วงฤดูหนาวโดยเฉพาะสัปดาห์ ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์จะมีการสร้างบ้านหิมะ และตุ๊กตาหิมะประดับประดา ตลอดทางเดินและจุดเทียนในโคม น้ำแข็งเพื่อให้แสงสว่างและความสวยงามในอีกรูปแบบหนึ่งยามค่ำ คืน จากนั้นนำท่านสู่ โรงงานเป่าแก้ว ให้ท่านชมความสวยงามของแก้วหลากสีสันดังอยู่ในโลกของจินตนาการ พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแก้วที่เป่าให้เป็นรูปสัตว์น่ารักนานาชนิด และคริสตัสส่องแสงเป็นประกายแวววาวสวยงามและราคาย่อมเยาว์ |
เที่ยง
บ่าย |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพิเศษ ปลาฮอกเกะย่างเกลือ + ข้าวอบ Ishikari หรือ อาหารสไตล์ญี่ปุ่น)
เดินทางชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีให้ท่านได้ท่องไปในดินแดนแห่งเสียงดนตรีและบทกวี ที่แสนอ่อนหวาน ชวนให้น่าหลงใหล ด้วยกล่องดนตรี (MUSIC BOX) อันมากมายหลากหลายและงดงามที่ท่านสามารถเลือกเพลงและเลือกรูปแบบที่ท่านต้องการด้วยตัวของท่านเอง ได้เวลาอันสมควรพาท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับ นาฬิกาไอน้ำโบราณ ที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลกเท่านั้น นาฬิกานี้จะพ่นไอน้ำ ประกอบกับมีเสียงดนตรีดังขึ้นทุก ๆ 15 นาที หลังจากนั้นนำท่านเข้าสู่ ร้านกาแฟ Silver Bells เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก เดิมทีสถานที่แห่งนี้เคยเป็นธนาคาร Hokuriku ต่อมาเมื่อในรัชสมัยเฮเซย์ปีที่ห้าถูกตั้งให้เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ของเมืองโอตารุ และ ในสมัยที่เมืองโอตารุกำลังพัฒนานั้น “ระฆังเงิน” เดิมทีจะหมายถึงรถไฟที่ฮอกไกโด ระฆังที่ใช้บนสถานีนั้นเรียกกันว่า “ ระฆังเบิกทาง ” ซึ่งไม่ว่าจะผ่านฤดูหนาวที่หนาวเหน็บมากขนาดไหน และไม่ว่าหิมะบนถนนและบนทางรถไฟจะมีหนามากแค่ไหนก็ตาม “ ระฆังเบิกทาง ” นี้เมื่อยามที่โดนแสงส่องมาก็จะสะท้อนออกมาเป็นแสงสีเงินที่ส่องแสงเจิดจรัสอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงได้ถูกนำเอามาเป็นชื่อร้านว่าระฆังเงิน ซึ่งความหมายนั้นก็คือเป็นตัวแทนของเมืองโอตารุ ในปัจจุบันนี้ภายในร้านนั้น ชั้นที่ 1 จะมีพ่อค้าขายผลไม้และขนมเค้กนานาชนิด ส่วนชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 เป็นร้านกาแฟ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดีมากสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติของของหวานต่างๆ ในปัจจุบันร้านกาแฟ Silver Bells ในเมืองโอตารุนั้นมีหลายสาขา ตั้งแต่ร้านที่ 1 จนร้านที่ 7 ล้วนใช้การบริหารจัดการที่ไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะกิน ดื่ม เที่ยวเล่นอย่างมีความสุขนั้น ทุกท่านสามารถเลือกสรรตามที่ชอบได้อย่างหลากหลาย พิเศษ !!! สำหรับลูกค้าที่เดินทางกับทัวร์ของเรา แจกฟรี แก้ว กาแฟ Hello Kitty กลับเป็นของที่ระลึก จากนั้นเดินทางไปยัง สวนฟูกิดาชิ หรือ สวนเขากีบเท้าแกะ ชื่อนี้ได้มาจากลักษณะของสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายกีบเท้าของแกะ ที่เขานี้จะมีทางน้ำไหลลงมา น้ำที่ไหลลงมาเป็นน้ำแร่บริสุทธิ์ คนที่ไปเที่ยวที่นี่ มักจะนำ กระบอกน้ำไปรองน้ำกลับมาที่บ้าน ถ้าท่านไม่มีกระบอกน้ำติดไปที่นั่นยังมีบริการขาย อีกด้วย แล้วนำท่านเดินทางสู่ “จิโกกุดานิ” หรือ “หุบเขานรก” ชมบ่อโคลนเดือดตามธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยแร่กำมะถัน ซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพเผาผลาญกำมะถันแล้วพวยพุ่งขึ้นมารวมตัวกันจนเกิดเป็นแอ่ง |
ค่ำ
|
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (อาหารพิเศษ บุฟเฟ่ต์ และเมนูขาปูยักษ์ พร้อม สเต็ก ซาซิมิ หอยเชลล์ฮอกไกโดย่าง กุ้งที่เสิร์ฟไม่อั้น และข้าวไคเซ็นด้ง ที่สามารถเลือกอาหารทะเลได้ตามใจชอบ)
พักที่ MAHOROBA NOBORIBETSU HOTEL หรือเทียบเท่า อิสระให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการอาบน้ำแร่ธรรม โนโบริเบ็ทสึ ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ จึงเชื่อว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้ว จะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น |
| วันที่ห้า |
นิกเซ่ มารีนพาร์ค – อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโอนุมะ – JR Rail Pass Hokutosei – โกดังอิฐแดงคาเนโมริ Hakodate Night View - อาบน้ำแร่ยูโกนาว่า |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าชมนิกเช่มารีนพาร์ค ก่อสร้างตามแบบแปลน jaasko ประเทศเดนมาร์ก เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาด ใหญ่ สามารถใช้อุโมงค์ทางเดินในการชมความงามใต้ทะเล และสัตว์น้ำ หลากสีสัน อุโมงค์ทางเดินแบ่งออกเป็น อุโมงค์เย็นและอบอุ่น สองเส้นทางที่ทำด้วยกระจกใส ตัวปราสาทประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีสัน บรรยากาศโดยรอบดูคล้ายยุโรปเหนือ มีการแสดงของโลมา ขบวนพาเหรดเพน กวินจักรพรรดิ และอื่นๆ มากมาย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติทะเลสาบโอนุมะ ชมความสมบูรณ์ของป่าไม้ ขุนเขา และแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงทะเลสาบโอนุมะ โดยมีฉากหลังป็นภูเขาไฟโคมะงะตะเกะอันสวยงามตั้งอยู่ ในฤดูหนาวน้ำในทะเลสาบแห่งนี้จะกลายเป็นน้ำแข็ง และมีกิจกรรมฤดูหนาว อาทิ ปั่นจักรยาน สโนโมบิล เป็นอีกสถานที่ที่ติดชารต์ของนักท่องเที่ยวต้องมาอีกแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านเดินทางด้วยรถไฟ JR Rail Pass Hokutosei ที่ผ่านชมความสวยงามของเมือง และวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ที่มีความสวยและวิวที่แปลกตาไป |
เที่ยง
บ่าย |
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางต่อไปยัง โกดังอิฐแดงคาเนโมริ (Kanemori Warehouse) กลายเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไปแล้วสำหรับหมู่อาคารก่ออิฐสีแดง โกดังเก็บสินค้าของเมืองฮาโกดาเตะ แม้อาคารที่เห็นจะเป็นอาคารใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนอาคารหลังเก่า ซึ่งถูกไฟไหม้เผาทำลายไปเมื่อปี 1907 แต่ยังคงเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมให้ความรู้สึกคล้ายสิ่งปลูกสร้างของยุโรปตั้งอยู่เรียงรายริมอ่าว พิเศษ!!! นำท่านนั่งรถกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปบนภูเขาฮาโกดาเตะ เพื่อนำท่านสู่จุดชมวิวของเมืองฮาโกดาเตะ ภูเขาฮาโกดาเตะ ด้วยความสูงถึง 332 เมตรเป็นจุดชมวิวที่สุดยอดมาก โดยในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าโปร่ง เมื่อมองลงมาจากบนยอดเขาฮาโกดาเตะแห่งนี้ ก็จะเห็นวิวทัศนียภาพของเมืองฮาโกดาเตะทั้งเมืองได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าเป็นวิวที่สวยงามติด 1 ใน 3 ของโลกเลยทีเดียวเป็นภาพที่น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม (บุฟเฟ่ต์ภายในโรงแรม)
พักที่ HEISEI-KAN-SHIOSAO HOTEL หรือเทียบเท่า พร้อมอาบน้ำแร่ยูโกนาว่า |
| วันที่หก |
ตลาดเช้าฮาโกะดาเตะ – สวนโกเยวคะคุ – สนามบินฮาโกะดาเตะ - ไทเป |
| เช้า |
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ตลาดเช้าฮาโกะดาเตะ ให้ท่านชมบรรยากาศของตลาดสดยามเช้าของเมืองท่าที่แสนโรแมนติค “ฮาโกะดาเตะ” ที่มีขายผัก ผลไม้ และของทะเลสดหลากชนิด อาทิ ปูยักษ์ ปูขน หอยเม่น ฯลฯ มาวางขายในตลาดสดราคาไม่แพง สัมผัสวิถีชิวิตยามเช้าในรูปแบบชาวญี่ปุ่น นำท่านไปยัง สวนโกเรียวคะคุ เป็นป้อมรูปดาว 5 แฉก สร้างขึ้นเมื่อปี 1857 โดยโชกุนในตระกูลโทกุงาวะ เพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างชาติ ใช้เวลาในการสร้างถึง 7 ปี ปัจจุบันป้อมแห่งนี้กลายเป็นสวนสาธารณะและเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ สวยงามมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ในอดีตป้อมปราการแห่งนี้จะใช้เป็นที่ป้องกันการรุกรานจากแคว้นทางเหนือ แต่พอถึงยุคของการฟื้นฟูอำนาจคืนให้แก่จักรพรรดิ ในปี ค.ศ. 1868 หรือที่เรียกกันว่า “ Meiji Restoration “ โชกุน ในสมัยนั้น ก็คือโชกุนของตระกูลโตกุกาว่า ยังไม่ยอมคืนอำนาจการปกครอง จึงได้ลี้ภัยหลบหนีมาปักหลักที่ป้อมแห่งนี้ และได้ใช้ที่นี่เป็นศูนย์กลางในการต่อต้านกองทัพขององค์พระจักรพรรดิ แต่ในที่สุด ก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ไปในปี ค.ศ. 1869 |
| 12.50 |
เหิรฟ้าสู่ ไทเป ประเทศไต้หวัน โดยสายการบิน TRANSASIA AIRWAYS โดยเที่ยวบิน GE6861 |
| 16.10 |
เดินทางถึงสนามบินเมืองเถาหยวน |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ตลาดซื่อหลินไนท์มาร์เก็ต ตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในไทเป แหล่งรวมวัยรุ่นและสินค้าให้ช้อปปิ้งกันอย่างเต็มอิ่ม
พักที่ ORCHARD PARK 4 ดาว หรือระดับเทียบเท่า |
| วันที่เจ็ด |
ไทเป - กรุงเทพฯ |
| 05.00 |
เตรียมตัวเดินทางสู่กรุงเทพ |
| 07.25 |
เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพ โดยสายการบิน CHINA AIRLINES เที่ยวบินที่ CI 833 |
| 10.05 |
คณะเดินทางกลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ… |
| |
|
| |
|
| อัตราค่าบริการนี้รวม |
1. ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัดพร้อมค่าภาษีสนามบินทุกแห่ง
2. ค่าที่พักห้องละ 2 ท่าน ตามโรงแรมที่ระบุไว้ในรายการ หรือ ระดับเทียบเท่า
3. ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ( สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทย )
4. ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และ ค่ายานพาหนะทุกชนิด ตามที่ระบุไว้ในรายการ
5. ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง คุ้มครองในวงเงินท่านละ 1,000,000.- บาท |
| |
| อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม |
1. ค่าทำหนังสือเดินทางไทย, หนังสือเดินทางเล่มสีเหลืองของคนจีนและ ค่าแจ้งเข้า แจ้งออก สำหรับท่านที่ถือต่างด้าว
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าอาหาร - เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการ ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น
3. ค่าน้ำหนักของกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 20 กิโลกรัม
4. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
5. ค่าทิปไกด์และเจ้าหน้าที่คนรถ วันละ 300 NT / วัน / ท่าน (ลูกค้า)
|
| |
| หมายเหตุ |
1. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 15 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 30 ท่าน และหรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 30 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดโดยหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ ถ้าต้องการ
2. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น สุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บ ที่นอกเหนือความ รับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการเช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือ ถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
4. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ ในการแจ้งสถานทูตฯ เพื่อให้อยู่ในดุลพินิจของสถานทูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ
5. รายการนี้เป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องได้รับการยืนยันจากบริษัทฯอีกครั้งหนึ่ง หลังจากได้สำรองที่นั่งบนเครื่อง และโรงแรมที่พักในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อย แต่อย่างไรก็ตามรายการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมเนื่องจากความล่าช้าของสายการบิน โรงแรมที่พักในต่างประเทศ เหตุการณ์ทางการเมืองและภัยธรรมชาติ ฯลฯ โดยบริษัท ฯ จะคำนึงถึงความสะดวกของผู้เดินทางเป็นสำคัญ และ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองห้ามผู้เดินทางเนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งของห้ามนำเข้าประเทศ หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย หรือ
ด้วยเหตุผลใดๆก็ตามที่กองตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้ว ทางบริษัท ฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน บริษัท ฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่สถานทูตงดออกวีซ่า อันสืบเนื่องมาจากผู้โดยสารเอง รวมทั้งบริษัท ฯจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำพักอยู่ในประเทศไทย
6. มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัท ฯ นอกจากมีเอกสารลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น
7. เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของบริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของบริษัทฯ ที่ได้ระบุไว้โดยทั้งหมด |
| |
| เงื่อนไขการชำระเงิน : |
| กรุณาชำระมัดจำ ท่านละ 10,000.- บาท และ ชำระส่วนที่เหลือก่อนการเดินทาง 45 วัน |
| |
| การยกเลิก : |
| กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันทำการ มิฉะนั้น ทางบริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทั้งหมด กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติ ผู้โดยสารต้องชำระค่ามัดจำที่ 5,000.- บาท หรือ อาจมีค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม ในกรณีที่ประเทศญี่ปุ่นเรียกเก็บ อาทิ ค่าโรงแรม เป็นต้นฯ กรณีวีซ่าผ่านแล้ว แจ้งยกเลิกก่อนออกตั๋วโดยสาร บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทั้งหมด |
| |
| หมายเหตุ : |
| รายการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยทางบริษัท ฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด ทางบริษัท ฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศญี่ปุ่น / การนำสิ่งของผิดกฎหมาย / เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงภัยธรรมชาติ และยกเลิกเที่ยวบิน ทางบริษัทฯ ไม่อาจคืนเงินให้ท่านได้ ไม่ว่าจำนวนทั้งหมด หรือ บางส่วน |
| |
| หมายเหตุ |
| บริษัท ฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงราคาตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตรแลกเปลี่ยน และสายการบิน (โดยเฉพาะภาษีน้ำมัน ซึ่งมีการผันผวนอยู่ตลอดเวลา) สภาพทางการเมืองภัยทางธรรมชาติแต่ยังคงจะรักษามาตรฐานการบริการและคำนึงถึงความต้องการ ,ความปลอดภัยและประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ..... |
| |
| เอกสารใช้ยื่นประกอบการทำวีซ่าประเทศญี่ปุ่น |
| (กรุณาถอดปกเล่มพาสปอร์ต ก่อนส่งเอกสาร)ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในกรณีสูญหาย |
| ***โปรดศึกษาและทำความเข้าใจโดยละเอียด*** ( ส่งเอกสารก่อนเดินทางอย่างน้อย 30วัน ) |
| โดยปกติบริษัทฯ จะดำเนินการยื่นขอวีซ่าให้กับท่านโดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานทูตญี่ปุ่น ดังนั้นเพื่อให้การพิจารณาวีซ่าของท่านเป็นไปอย่างสะดวกและง่ายดายไม่ติดขัด กรุณาจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วน จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งมิได้ เพราะการขาดเอกสารเพียงอย่างเดียวอาจทำให้มีผลต่อการพิจารณาไม่ออกวีซ่าให้กับท่าน |
1. หนังสือเดินทางเล่มจริง ( PASSPORT ) ต้องมีหน้าว่างไม่ต่ำกว่า 3 หน้า และหนังสือเดินทางต้องมีอายุการใช้งานได้อีกไม่น้อยกว่า 6 เดือน หากมีเล่มหนังสือเดินทางเล่มเก่าให้แนบมาด้วย (การแสดงหนังสือเดินทางเล่มเก่าจะมีส่วนช่วยให้การพิจารณาวีซ่าง่ายดายขึ้น)
2. ภาพสีถ่ายปัจจุบัน ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป ต้องเป็นภาพถ่ายที่ชัดเจนและถ่ายมาไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีขาว ถ่ายภาพหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตากันแดด ไม่ใช้ภาพถ่ายที่ถ่ายจากสตูดิโอที่มีการจัดท่าทางเอียงลำตัว สามารถใช้ภาพถ่ายที่ยิ้มได้แต่ต้องไม่เห็นฟันและต้องอัดจากกระดาษอัดรูปมาตรฐานเท่านั้น ห้ามใช้ภาพถ่ายที่อัดด้วยกระดาษสติ๊กเกอร์ทุกชนิดโดยเด็ดขาด (กรุณาเขียนชื่อไว้ด้านหลังรูป)
3. สำเนาทะเบียนบ้าน , บัตรประชาชน , ใบเปลี่ยนชื่อ , นามสกุล, ทะเบียนสมรส / ใบหย่า /ใบมรณะบัตรคู่สมรส
4. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือฝากประจำ (บัญชีกระแสรายวันใช้ไม่ได้โดยเด็ดขาด) ต้องถ่ายตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าปัจจุบันและย้อนหลังขึ้นไป 6 เดือนเป็นอย่างน้อย UP DATE ล่าสุดในเดือนที่จะยื่นวีซ่า กรณีที่เป็นการขึ้นบัญชีเล่มใหม่ ให้สำเนาบัญชีเล่มเก่าทั้งเล่มมาด้วย
5. ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ท่านทำงานอยู่เป็นภาษาอังกฤษ โดยมีสาระสำคัญ 4 ข้อที่จำเป็นต้องระบุได้แก่ ชื่อ-นามสกุล วันที่เริ่มงาน อัตราเงินเดือน ตำแหน่งปัจจุบัน
5.1 กรณีเป็นเจ้าของกิจการใช้สำเนาหนังสือรับรองบริษัทและคัดไม่เกิน 90 วัน
5.2 สำเนาใบทะเบียนการค้า
5.3 กรณีเป็นร้านค้าทั่วไป (ไม่ใช่บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) ให้ทำใบรับรองเป็นภาษาอังกฤษ ชี้แจงว่าค้าขายเกี่ยวกับอะไร ร้านค้าตั้งอยู่ที่ไหน เปิดดำเนินการมากี่ปี มีรายได้ต่อเดือนเท่าไหร่ พร้อมแนบสำเนาใบทะเบียนการค้า สำเนาสมุดเงินฝากที่มีการเงินดีเยี่ยมเพื่อให้สถานทูตพิจารณา
6. เด็ก / นักเรียน / นักศึกษา
6.1 สำเนาสูติบัตร
6.2 หนังสือรับรองจากโรงเรียน (ตัวจริง) เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น
6.3 สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน
กรณีเด็กไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับบิดาหรือมารดา
6.4 บิดาและมารดาจะต้องทำหนังสือยินยอมให้บุตรเดินทาง ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือที่ทำการเขต
6.5 สำเนาบัตรประชาชนของบิดาและมารดา 6.6 ใบรับรองการงานของบิดา หรือมารดา
6.7 สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากตั้งแต่หน้าแรกจนถึงปัจจุบันของบิดาหรือมารดา
7 . ข้าราชการให้ใช้จดหมายรับรองการทำงานจากต้นสังกัด (ออกเป็นภาษาไทยได้ แต่ต้องมีตราครุฑและตราประทับที่ถูกต้องเท่านั้น) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ 7.1 หากเกษียณแล้วจำเป็นต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการบำเหน็จบำนาญหน้า-หลัง
8. ผู้เดินทางทุกท่านจะต้องเขียนชื่อที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์ทั้งที่บ้าน(สำคัญมาก) ที่ทำงานและมือถือ หมายเลขโทรศัพท์บ้าน และ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ จำเป็นต้องใช้อย่างยิ่งทั้งสองหมายเลข เนื่องจากกรณีที่ทางสถานทูตต้องการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้สมัครขอวีซ่า หากไม่สามารถติดต่อได้ จะมีผลต่อการพิจารณาการออกผลวีซ่าของท่านเอง
9. กรณีที่ยื่นวีซ่าเป็นหมู่คณะ เนื่องจากการยื่นวีซ่ากรุ๊ปของประเทศญี่ปุ่นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและเตรียมเอกสารหลายวัน อีกทั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยื่นพร้อมกันทั้งกรุ๊ป ดังนั้นท่านที่ต้องการใช้หนังสือเดินทางเพื่อไปขอวีซ่าประเทศอื่นๆในระยะเวลา 30 วันก่อนการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น หรือ ท่านที่ต้องการใช้หนังสือเดินทางเพื่อไปขอวีซ่าประเทศอื่นๆในระยะเวลา 7 วัน หลังเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯมีความจำเป็นที่ต้องให้ท่านยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้น โดยบริษัทฯจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยอำนวยความสะดวกให้กับท่านที่สถานทูตญี่ปุ่น
10. กรุณาจัดเตรียมเอกสารและส่งให้กับทางบริษัทฯ ไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ก่อนเดินทางหรือภายในระยะเวลาที่บริษัทฯกำหนดหากผู้เดินทางไม่สามารถจัดเตรียมเอกสารดังกล่าวให้กับทางบริษัทฯ ได้ภายในวันที่กำหนด ท่านจะต้องยื่นวีซ่าเดี่ยวเท่านั้น
11. ในการยื่นวีซ่าเดี่ยว ณ สถานทูตญี่ปุ่น ต้องใช้เอกสารตัวจริงทุกอย่างพร้อมสำเนา 1 ชุด และท่านจำเป็นจะต้องเดินทางไปโชว์ตัวกับทางสถานทูตด้วยตัวเองทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น
12. กรณีที่ท่านถูกปฎิเสธการออกวีซ่าจากสถานทูต ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่ามัดจำทัวร์ และค่ายกเลิกการจองตามกฎระเบียบของบริษัทฯที่ได้แจ้งไว้ในเงื่อนไขการจองทัวร์ |
| การพิจารณาจะไม่ออกวีซ่าให้กับท่านเป็นสิทธิอันชอบธรรมของสถานทูตและไม่จำเป็นต้องชี้แจงเหตุผลให้ท่านทราบ |
| *** กรณียื่นวีซ่ากรุ๊ปกับทางบริษัททัวร์ จะต้องเดินทางไปและกลับพร้อมกันตามกำหนด และใช้ตั๋วกรุ๊ปเท่านั้น |
| |
| หมายเหตุ…ท่านใดมีซองใส่พาสปอร์ตกรุณาถอดออกเก็บไว้ก่อนส่งเล่มมายังบริษัทเพื่อยื่นวีซ่าเพื่อเป็นการป้องกันการสูญหายเนื่องจากขณะยื่นเล่มเข่าสถานทูต ทางสถานฑูตจะต้องให้เอาซองที่ใสพาสปอร์ตออกก่อนยื่น |
| |